การเมือง

โฆษก กต. แจงปมงดออกเสียงประณามรัฐประหารเมียนมา

21 มิ.ย. 2564

87 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ไทยแจงปมงดออกเสียงประณามรัฐประหารในเมียนมา อ้างมติอยู่บนพื้นฐานคนแดนไกลที่ไม่ได้อยู่ติดพรมแดน สอนประชาคมโลกไม่ใช่แค่ประณาม แต่ต้องสร้างความไว้ใจ


นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวและอธิบายต่อกรณีที่ไทยงดออกเสียง ในการลงคะแนนเพื่อรับรองข้อมติสมัชชาสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2564 ตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก ว่า ข้อมติดังกล่าวไม่ได้ให้ความสําคัญเพียงพอในการส่งเสริมการหาหนทางให้เกิดการเจรจาหารือโดยทุกฝ่าย ซึ่งน่าจะเป็นวิถีทางที่เหมาะสมที่สุด ในการผ่อนคลายปัญหาความขัดแย้งของเมียนมาซึ่งมีความสลับซับซ้อน และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายประการ ดังนี้


1. ข้อมติดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดเห็นของคนแดนไกล ที่มิได้มีพรมแดนติดกับเมียนมากว่า 2,400 กิโลเมตรเหมือนไทย และมิได้มีประชาชนที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประชาชนเมียนมาในหลายๆระดับมาเป็นเวลาช้านาน เช่นเดียวกับไทย ซึ่งหมายถึงว่าเหตุการณ์ความรุนแรง และการสู้รบในเมียนมามีผลด้านความมั่นคงโดยตรง ต่อไทยมากกว่าประเทศอื่นๆที่อยู่ไกลออกไป การกระทําทุกอย่างของประเทศไทยจึงต้องกระทําอย่างรอบคอบอย่างยิ่ง และต้องคํานึงถึงผลที่จะตามมาในทุกๆด้าน


2. ข้อมติดังกล่าวไม่ได้คํานึงถึงความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของเมียนมา และสถานการณ์จริงๆในเมียนมาทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์วันที่ 1 ก.พ. 2564 แต่อย่างใด ทั้งนี้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกฝ่ายต่างมีความขัดแย้งทางการเมืองและความเจ็บแค้น และความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันสูงมาก และต่างฝ่ายต่างก็หันไปใช้อาวุธและความรุนแรงในการแก้ปัญหา


ดังนั้น สิ่งที่ประชาคมโลกจะต้องทําเพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริงนั้น จึงมิใช่เพียงแค่กล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดว่าเป็นฝ่ายผิด หรือประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือกระทําการใดๆที่เป็นการสนับสนุนให้ความขัดแย้งบานปลายไปเรื่อยๆ อันจะรังแต่จะเพิ่มความเกลียดชังและความโกรธแค้นของทุกฝ่ายให้มากขึ้นจนทําให้ความขัดแย้งในปัจจุบันไม่สามารถระงับดับลงได้โดยสันติวิธีได้อีกต่อไป


“สิ่งที่ประชาคมโลกจะต้องทําคือ หาวิธีทางสันติสุขที่จะสยบการสู้รบให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเร่งเรื่องการหาวิธีการหรือกระบวนการที่จะฟื้นฟูและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของทุกๆฝ่ายในเมียนมาให้กลับคืนในระดับหนึ่ง และเร่งสร้างสิ่งที่เรียกว่า “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับทุกๆฝ่ายที่กําลังขัดแย้งกันอยู่ในเมียนมาให้หันหน้ากลับมาเจรจากันได้


เพราะทุกฝ่ายสามารถยอมรับและเห็นพ้องกันได้ว่า การใช้ความรุนแรงไม่ใช่นําไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริงได้ และการสู้รบจะไม่นํามาซึ่งชัยชนะของฝ่ายตนหรือฝ่ายใดๆทั้งสิ้น แต่จะนํามาก็แต่ความพ่ายแพ้หายนะของประชาชนเมียนมา ซึ่งจะต้องประสบความลําบากยากแค้นแสนสาหัส อันเนื่องมาจากการสู้รบที่ยืดเยื้อ ทั้งที่พวกเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหาเลย ดังนั้นประชาคมโลกไม่ควรกระทําการใดๆที่เสมือนโยนเชื้อไฟเพิ่มเข้าไปในกองเพลิง” นายธานีกล่าว

ข่าวยอดนิยม