การเมือง

ตามคาด! พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ผ่านฉลุย 'ภูมิใจไทย' จ่อเสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบ

10 มิ.ย. 2564

24 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบ พระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด19 แล้ว ด้วยเสียงข้างมาก รัฐบาล ยืนยันไม่ส่งผลให้หนี้สาธารณะของประเทศ เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ ตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 5 แสนล้านบาทในสัปดาห์หน้า


ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบ พระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วยเสียงข้างมาก เห็นด้วย 270 เสียง ไม่เห็นด้วย 196 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง แม้จะมีการอภิปรายไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ด้วยเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีมากกว่าทำให้สามารถผ่านความเห็นชอบไปได้ แม้พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรภูมิใจไทยและพรรประชาธิปัตย์ จะไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น


ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงข่าวถึงเหตุผลในการเห็นชอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพราะ เห็นความจำเป็นของเงินกู้ เนื่องจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่รับหลักการไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่พบโครงการที่เกี่ยวกับการเยียวยา ฟื้นฟู และเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนในการแก้ปัญหาโรคโควิด -19 แต่เป็นห่วงการใช้เงิน ที่เตรียมเสนอญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เหมือนเช่น พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อมาตรวจสอบการใช้เงินในช่วงที่ผ่านมา


สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายสรุป ย้ำถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด-19 ที่รัฐบาลได้กู้เงินไปแล้ว 1.1 ล้านล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจได้ การกู้เงินเพิ่มเหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และมองว่า พระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดำเนินการในกฎหมายงบประมาณปกติ แต่มาออกกฎหมายพิเศษ ซึ่งหากจะฟื้นประเทศ และยับยั้งโรคระบาดได้ จะต้องเปลี่ยนตัวผู้นำ ที่หากจะยุบสภา ก็ต้องกล้าตัดสินใจ หรือนายกรัฐมนตรี ลาออก แสดงความรับผิดชอบให้คนที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาทำหน้าที่แทน เชื่อว่าประชาชนจะยกย่องเป็นวีรบุรุษ



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะนำความเห็นของสมาชิกไปพิจารณาดำเนินการใช้เงินอย่างรอบคอบ ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า เงินกู้1ล้านล้านเมื่อปี 2563 ทำให้ เศรษฐกิจไทยโตขึ้นกว่าที่ธนาคารโลกคาดการณ์อย่างมาก ส่วนเรื่องหนี้สาธารณะ นั้นยืนยันว่าในสิ้นปีงบประมาณนี้ จะไม่เกิน 60% ตามกรอบกฎหมาย วินัยการเงินการคลัง


สำหรับผลการลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไม่เกินความคาดหมาย และยังสะท้อนคะแนนเสียงที่เหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะมีการแสดงอาการขัดแย้งกันมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนการพิจารณางบประมาณปี 2565 แต่คะแนนแตกต่างกันในส่วนของฝ่ายค้าน ที่คะแนนไม่เห็นด้วย หายไป 7 เสียง พบว่า เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่มาลงคะแนน มีนายสมคิด เชื้อคง และนายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ที่แจ้งลาอย่างเป็นทางการ ส่วน น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ก็ลงสวนมติพรรคมาโดยตลอด


ส่วนพรรคก้าวไกล ก็หายไป 7 เสียง โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลาป่วย นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ลาประชุมเพราะบิดาเสียชีวิต ส่วนอีก 4 คน ชัดเจนแล้วว่าย้ายไปพรรคภูมิใจไทย คือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท, นายคารม พลพรกลาง, นายเอกภพ เพียรพิเศษ และนายพีรเดช คำสมุทร ซึ่งในการประชุมก็นั่งในพื้นที่พรรคภูมิใจไทยแล้ว 

ข่าวยอดนิยม