อาชญากรรม

หลานสารภาพ พลั้งมือฆ่าลุงวัย 55 ก่อนโบกปูนอำพรางศพ ชนวนเหตุทวงเงิน 3 หมื่นแล้วไม่ให้

08 มิ.ย. 2564

741 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

วานนี้ (7 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดไปตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 9 ต.หนองปลาไหล หลังรับแจ้งว่าพบศพถูกโบกปูนไว้ในบ้าน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีวัสดุสิ่งของเศษอะลูมิเนียม กระจก วางเกะกะอยู่ เมื่อเข้าไปภายบ้านมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากห้องนอน


ตรวจสอบพบกองปูนซีเมนต์ถูกโบกปิดทับร่างผู้เสียชีวิตอยู่ มีแผ่นไม้กระดานและประตูตู้เสื้อผ้าวางเป็นคอกสี่เหลี่ยมกันปูนซีเมนต์ไหลออก เจ้าหน้าที่จึงใช้ชะแลงงัดและค้อนปอนด์ทุบออก พบศพชายสวมกางเกงยีน คาดเข็มขัดหนัง ไม่สวมเสื้อ นอนคว่ำหน้ามีผ้านวมปิดทับร่างไว้ สภาพศพเน่าเปื่อย


นอกจากนี้ยังพบจอบ 1 ด้าม อ่างผสมปูน 1 ใบ แผ่นไม้กระดาน เกียงฉาบปูน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพส่งให้นิติเวชไปชันสูตรอัตลักษณ์และหาสาเหตุการเสียชีวิต


สอบสวน นายคงฤทธิ์ หวาดด้วงดี อายุ 28 ปี ลูกเขยเจ้าของบ้าน ให้การด้วยความตื่นตระหนกว่า คาดว่าผู้ตายคือ นายไพโรจน์ พรหมเมืองเก่า อายุ 55 ปี พ่อตาของตนเองที่หายออกจากบ้านไปนานกว่า 1 เดือน ซึ่งก่อนที่จะมาพบศพนั้นตนไปอยู่กับภรรยาในตัวเมืองสระบุรี และเตรียมตัวจะย้ายกลับเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ จึงได้เข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดเพื่อจะซ่อมแซมบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้าไปได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากห้องนอน จึงเข้าไปดูพบกองปูนซีเมนต์ขนาดเท่าตัวคนและมีกลิ่นเหม็นเน่า จึงได้ไปบอกคนในครอบครัวแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ


ด้านนางลำเพียร พรหมเมืองเก่า อายุ 72 ปี แม่ของนายไพโรจน์ ที่หายตัวไปให้การว่า ลูกชายมีอาชีพรับเหมาต่อเติมบ้านติดกระจก/อะลูมิเนียม ตามหมู่บ้านต่างๆ มีนิสัยเจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน มีภรรยาคนล่าสุดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ชื่อเพ็ญ ทำงานในโรงงานย่าน อ.หนองแค


โดยลูกชายจะรับนางเพ็ญมาอยู่ด้วยกันเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก่อนที่ลูกชายจะหายตัวไปกลางเดือน เม.ย.64 โดยลูกชายมาบอกว่าจะไปทำบุญที่ประเทศลาว ในวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกชายเคยมีภรรยาอีกคนเป็นสาวลาว แต่ได้เลิกกันไปแล้ว จากนั้นก็หายหน้าไปเลยพร้อมรถปิกอัพที่ลูกชายเพิ่งซื้อมาใหม่ในชื่อของ นางเพ็ญ ภรรยาใหม่ เพราะลูกชายติดแบล็กลิสต์ไม่สามารถออกรถได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ นั้นตนไม่ทราบแม้บ้านจะอยู่ติดกันก็ตาม


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายอนุภาพ กัญญา หรือ อาม อายุ 30 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของ นายไพโรจน์ พร้อมคนใกล้ชิดเป็นชายอีก 2 คน มาสอบสวน เบื้องต้น นายอานุภาพ สารภาพว่า ศพที่ถูกโบกปูนนั้นคือ นายไพโรจน์ ซึ่งได้พลั้งมือสังหารและโบกปูนเพื่ออำพรางศพ โดยได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล และนำตัวคนใกล้ชิดอีก 2 คน ไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่


ส่วนสาเหตุการลงมือสังหารมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายไพโรจน์ กับ นายอานุภาพ ได้ทำงานรับเหมางานติดตั้งอะลูมิเนียมและกระจก ร่วมกัน โดยนายไพโรจน์ได้ค้างเงินนายอนุภาพอยู่ 30,000 บาท ต่อมา นายอนุภาพ ต้องการนำเงินไปแต่งงาน เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงได้ไปทวงเงินกับนายไพโรจน์ แต่นายไพโรจน์ไม่ให้จึงทะเลาะกันถึงขั้นลงมือสังหาร หลังจากนั้นจึงได้ออกไปซื้อปูนซีเมนต์มาเททับศพเพื่ออำพรางดังกล่าว


ด้าน พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ ผกก.เมืองสระบุรี กล่าวว่า ได้เรียกผู้ต้องสงสัยหลายคนมาสอบ ซึ่งมีคนหนึ่งในห้การที่เป็นประโยชน์แก่รูปคดี หลังจากนี้ต้องรอหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ และพยานที่ใกล้ชิดมากกว่านี้ ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องเงิน โดยวันนี้ (8 มิ.ย.) จะแถลงความชัดเจนอีกครั้ง



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OzlKSI50c_0

ข่าวยอดนิยม