อาชญากรรม

แพทย์ มศว วิเคราะห์ 3 หลักฐานเด็ดมัด 'ลุงพล' คดีฆาตกรรมน้องชมพู่

02 มิ.ย. 2564

368 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 16:30 - 18:00 น.

แม้จะผ่านมา 1 ปี ถึงจะสรุปคดีน้องชมพู่ได้ ด้านแพทย์นิติเวช ชี้มาจากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ที่นำมาตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ช่วยยืนยันพิสูจน์ถึงตัวผู้ต้องหา


โดยวัตถุพยานกุญแจสำคัญในคดี ที่เก็บเป็นหลักฐานได้ในจุดพบศพ ทั้งกางเกงสีแดง รองเท้าที่ใส่วันหายตัว ที่สำคัญที่สุดคือ เส้นผมของน้องชมพู่ 36 เส้น ที่ถูกหั่นหลายเส้น ไม่ใช่การตัด ซึ่งกลายเป็นหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงกับ ที่เจอเส้นผมอยู่ในรถของลุงพล และยังพบขนอีก 3 เส้น ของคนใกล้ชิดลุงพล ไปตกอยู่ในที่จุดพบศพ ทั้งที่คนใกล้ชิดไม่ได้ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟ ตรงกับรายงานการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค การใช้รังสีเอกซเรย์จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สอดรับการผลการเข้าเครื่องจับเท็จ ที่สรุปว่าลุงพลมีพิรุธในการตอบคำถาม


ทีมสอบถาม รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว อธิบายว่า วัตถุพยานหลักฐานสำคัญ คือ เส้นผมและขน ที่ตำรวจได้ผลตรวจพิสูจน์ในหลักนิติวิทยาศาสตร์ คือ ตรวจดีเอ็นเอ และตรวจด้วยแสงซินโครตรอน เพราะสามารถตรวจได้เชิงลึก แม้ไม่มีรากขน(ในรูขุมขน) เป็นเทคโนโลยีใหม่


สำหรับการออกหมายจับครั้งนี้ รศ.นพ.วีระศักดิ์ เห็นว่า ในสำนวนของตำรวจสามารถเชื่อมโยงได้ใน 3 มิติ ว่าได้มาจากที่ใด, เกี่ยวข้องกับญาติฝั่งไหน และเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร จึงถือว่ามีหลักฐานสมบูรณ์กระทั่งศาลจังหวัดมุกดาหารอนุมัติออกหมายจับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ขึ้นอยู่กับผู้ต้องหาจะนำหลักฐานมาต่อสู่คดีได้หรือไม่


นพ.วีระศักดิ์ อธิบายถึง ลักษณะแสงซินโครตรอนที่มาใช้ตรวจร่วม ว่ามีลักษณะเหมือนแสงทั่วไป อย่างแสงแดดหรือแสงจากหลอดไฟ แต่ความพิเศษคือเป็นลำแสง ที่สามารถทะลุทะลวงทำให้มองเห็นสิ่งที่มีขนาดเล็ก ในระดับโมเลกุลหรืออะตอมได้ ในต่างประเทศเคยถูกนำมาใช้ในทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว แต่สำหรับไทยอาจเป็นเรื่องใหม่ อย่างกรณีคดีน้องชมพู่ การพบเส้นผมที่ถูกตัดหรือสับ หากมีการนำแสงซินโครตรอนเข้ามาตรวจจะสามารถบอกได้ถึงรอยตัดขาดที่เกิดขึ้น หรืออาจบอกได้ว่าถูกตัดด้วยวัตถุชนิดใด และบางครั้งทราบถึงขนาดพบเศษของวัตถุที่ใช้ติดอยู่ได้


ดังนั้นหากการตรวจเส้นผมที่ถูกตัดขาดด้วยแสงซินโครตรอนจนสามารถจับคู่หรือเชื่อมต่อกันได้ทั้งที่พบต่างสถานที่กัน จึงอาจเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องราวและพยานหลักฐานต่างๆ



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/F-sasnOkAnA

ข่าวยอดนิยม