ในประเทศ

คกก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียว ฉีด 'ซิโนแวค' ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไปได้

08 พ.ค. 2564

5.7K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10:20 - 12:20 น.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ผ่าน PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โดยยอมรับว่า ไทยกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด 19 ระลอกที่ 3 ถือว่าเลวร้ายที่สุด ดังนั้น ที่ผ่านมาตนเองจึงได้ มอบนโยบายพร้อมสั่งการ ทำงานอย่างบูรณาการไปแล้ว โดยขอย้ำว่าการตัดสินในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต้องรวดเร็ว และการทำงานต้องเป็นไปอย่างบูรณาการ


พร้อมยืนยันขณะนี้ไทยมียาพาวิฟิราเวียร์ ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ แม้จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยมีสต๊อกยาไว้ ที่ 1 ล้าน 5 แสนเม็ด ปัจจุบันกระจายยาไปยังทั่วประเทศ และในเดือนนี้จะได้รับยาอีก 3 ล้านเม็ด ดังนั้นขอทุกคนอย่ากังวลในเรื่องนี้ ส่วนยาอื่นๆ ก็ให้พิจารณาในการใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด


นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า จากการติดตามสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าจะแก้ไขได้โดยเร็ว ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมรับสถานการณ์ในอนาคตไว้ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งตนเองได้สั่งการเตรียมแผนหลัก และแผนสำรอง จะต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนป้องกันโควิด 19 โดยไทยต้องจัดหาวัคซีนให้ได้มากกว่านี้ 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้น เพื่อเตรียมการรับความเสี่ยง ในปีหน้าด้วย รวมถึงเตรียมวัคซีน เข็มที่ 3 ในการป้องกันไวรัสที่กลายพันธ์ รวมถึงการส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีฐานผลิตวัควีนแอสตร้าเซเนก้าในประเทศ แต่เพื่อป้องกันความเสี่ยง จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเจรจาผู้ผลิตวัคซีน อีกหลายราย นอกเหนือ จาก 7 บริษัทที่ได้พูดคุยไว้ ซึ่งทุกอย่างต้องปฎิบัติตามระเบียบและกฎเกณฑ์การสั่งซื้อวัคซีน


อย่างไรก็ตามล่าสุด ไทยจะได้รับวัคซีน อีก 3 ล้าน 5 แสนโดสในเดือนนี้ จากนั้นก็จะปรับแผนการกระจายวัคซีน โดยเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะทางการแพทย์เชื่อว่า แม้ฉีดเข้มแรก ก็ลดโอกาสรับเชื้อ บรรเทาอาการต่างๆลงได้ ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนรับการฉีดวัคซีน เพื่อเป็นการป้องกัน และย้ำว่าที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นการแก้ไขปัญหา รัฐบาลจะต้องดำเนินการจัดการอย่างรวดเร็ว อย่างเด็ดขาด


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ปรับแนวทางการให้วัคซีนซิโนแวค กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากผลการศึกษาของประเทศจีนที่ปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพดี พบว่า มีความปลอดภัยและกระตุ้นภุมิคุ้มกันได้ดี โดยจากนี้จะส่งเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป


ส่วนกรณีการหารือร่วมกับผู้บริหารบริษัทไฟเซอร์ประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฯสาธารณสุข เปิดเผยว่า ไฟเซอร์รับปากสำรองวัคซีนให้ไทยแล้ว ประมาณ 10-20 ล้านโดส ครอบคลุมเด็กอายุ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งจะสามารถจัดส่งให้ได้ในกลางปีนี้ (ช่วงไตรมาศ3-4 ) จึงได้เร่งรัดให้บริษัทเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย.ให้เรียบร้อย ทั้งนี้หลังจากไฟเซอร์จัดส่งวัคซีนให้รัฐบาลภายหลังได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว โรงพยาบาลเอกชนก็สามารถสั่งซื้อได้ พร้อมยืนยันรัฐบาลไม่ได้ประวิงเวลาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาในประเทศ เพราะที่ผ่านมาได้เจรจาหารือกับบริษัทมาโดยตลอด


ชมผ่านยูทูบที่ : https://youtu.be/5gyHUsR39yw

ข่าวยอดนิยม