ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้ - ยอดผู้ติดเชื้อในอินเดียยังพุ่ง วันเดียวกว่า 4.1 แสนคน

08 พ.ค. 2564

123 view

ขันข่าวเช้าตรู่

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 04.30 - 05.30 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 04.30 - 05.30 น.

นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สึงะ ของญี่ปุ่น ยืนยันขยายเวลาภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว และอีก 3 เมืองได้แก่ โอซาก้า, เกียวโต, และเฮียวโงะ ออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในเมืองใหญ่ อย่างโตเกียวและโอซาก้า ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยโอซาก้ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,005 คน ขณะที่กรุงโตเกียว เพิ่มขึ้นอีก 907 คน ส่วนสถานการณ์ทั่วประเทศขณะนี้ ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดกว่า 6 แสน 2 หมื่นคน และเสียชีวิตกว่า 1 หมื่นคน


สำหรับการฉีดวัคซีน มีรายงานว่าขณะนี้ ญี่ปุ่นมีวัคซีนที่ยังไม่ได้ใช้งานเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากรัฐบาลจ่ออนุมัติใช้งานวัคซีนเพิ่มอีก 2 ยี่ห้อ ขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนก็ยังคงเดินเนินไปอย่างล่าช้า โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้นำเข้าวัคซีนต้านโควิด-19 จากบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคมาแล้วจำนวนทั้งหมด 28 ล้านโดส เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถูกใช้ไปเพียงประมาณ 4 ล้านโดสเท่านั้น หรือคิดเป็นประมาณ 15% เท่านั้นจากจำนวนที่มีอยู่ในตอนนี้


และภายในเดือนนี้ ญี่ปุ่น เตรียมอนุมัติการใช้งานฉุกเฉิน วัคซีนอีก 2 ยี่ห้อ คือโมเดอร์นาและแอสตราเซเนกา อย่างไรก็ดี ทางการญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่เป็นผู้ใหญ่ให้ได้ 36 ล้านคน ในเดือนกรกฎาคมนี้และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ญี่ปุ่นต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 800,000 โดสต่อวัน


ขณะที่อินเดียพบผู้ติดรายใหม่ 411,271 ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4,100 คน ส่งผลให้ขณะนี้อินเดียมีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่กว่า 21 ล้าน 8 แสนคน และเสียชีวิตรวม 2 แสน 3 หมื่น 8 พันกว่าคนซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าอินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 1 ล้าน 5 แสนคน


สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้าและลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาด้านการขนส่งและการขาดแคลนซีน ตามรายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ อินเดียสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ถึงวันละ 4 ล้านคน ตอนนี้กลับลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 ล้าน 5 แสนคนต่อวัน


นอกจากนี้ ยังมีข่าวออกมาว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เดินหน้าผลักดันโครงการปรับปรุง อาคารัฐสภาพและบ้านพักส่วนตัวของผู้นำ มูลค่า 1 พัน 8 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 56,000 ล้านบาท) ท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำยังมีโรงพบาบาลหลายแห่งขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และออกซิเจน


ในขณะที่ออสเตรเลีย ออกมาประกาศเปิดเที่ยวบิน สำหรับรับพลเมืองของตัวเองจากอินเดียกลับบ้าน หลังจากคำสั่งห้ามเที่ยวบินจากอินเดียเข้าประเทศ จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีชาวออสเตรเลีย ลงทะเบียนขอกลับประเทศแล้ว ประมาณ 900 คน จากทั้งหมด 9,000 คน


การตัดสินใจรับพลเมืองกลับประเทศนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีสก็อต มอร์ริสัน ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จากความล้มเหลวในการช่วยเหลือชาวออสเตรเลียที่ติดอยู่ในอินเดีย อีกทั้ง ยังสร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่ายจากการที่รัฐบาล สั่งห้ามพลเมืองตัวเองที่อยู่ในอินเดีย กลับประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งใครฝ่าฝืนจะถูกจำคุกนาน 5 ปี และปรับกว่า 6 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวยอดนิยม