เศรษฐกิจ

เพิ่ม 4 กฏเหล็ก "ฟู๊ด เดลิเวอรี่" สกัดแพร่ระบาดโควิด-19

05 พ.ค. 2564

108 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 16:30 - 18:00 น.

จากกรณีมีการแชร์ข้อความที่พาดพิงถึงการระบาดของคลัสเตอร์คลองเตย ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ที่อยู่ในชุมชนประกอบอาชีพหลัก คือ เป็นพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี และขอให้งดใช้บริการเหล่านี้ เพราะอาจส่งผลให้นำเชื้อไปสู่คนอีกครอบครัวหนึ่ง


ล่าสุด กรมอนามัย ยกระดับความปลอดภัย เพิ่ม 4 ข้อปฏิบัติ ผู้ประกอบการเดลิเวอรี่ สกัดโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้ประชาชน-ผู้ใช้บริการ โดย4 มาตรการประกอบด้วย


1.เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการตามมาตรการป้องกัน โควิด-19 

2.มีการคัดกรองพนักงานรับส่งอาหารอย่างจริงจังทุกวัน

3.มีระบบการติดตามอาการป่วยและพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานโดยอาจเลือกใช้การประเมินผ่านเว็บไซต์ Thai save Thai

4.มีการจัดทำไทม์ไลน์ (Time line) ของพนักงานในการจัดส่งอาหารแต่ละวัน


นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการเดลิเวอรีทุกค่าย ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรีทุกคน ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีหลักฐานแสดงว่า มีการแพร่เชื้อโควิด-19 ผ่านอาหาร แต่ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ให้บริการแบบเดลิเวอรี และประชาชนผู้ใช้บริการจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง


และจากการสำรวจมาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณสุขของผู้ให้บริการฟู๊ดเดลิเวอรี่ เช่น แกร๊บ , ไลน์แมน , โรบินฮู้ด และ โกเจค พบว่าทุกรายมีมาตรการดูแลคนขับและลดความเสี่ยงการติดเชื้ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 3


เช่น ให้คนขับตรวจวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ หมั่นทำความสะอาดยานพาหนะ , จัดส่งอาหารแบบไร้สัมผัส โดยให้คนขับเว้นระยะห่างกับลูกค้าอย่างน้อย 2 เมตร , การรอรับอาหารที่ร้าน จะต้องยืนห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร , ส่งเสริมให้มีการชำระค่าระบบอิเล็กทรอนิคส์ ลดการสัมผัสเงินสด , มีการคัดกรองด้านสุขภาพและสุขอนามัยคนขับ เพื่อยืนยันว่าไม่มีอาการป่วยจากโรคโควิด-19 และจะทำการปิดระบบรับงานชั่วคราวทันที ที่ได้รับแจ้งว่าคนขับติดโควิด หรือเป็นผุู้สัมผัสเสี่ยงสูง และมีการตรวจสอบไทม์ไลน์ย้อนหลังเพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ตามมาตรการสาธารณสุข



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/kb8tTwUHKc4

ข่าวยอดนิยม