การเมือง

'ธรรมนัส' ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาวันนี้ ปมเคยถูกดำเนินคดีในออสเตรเลีย

05 พ.ค. 2564

1.3K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ประเด็นการเมืองวันนี้ต้องจับตาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และ รัฐมนตรี ของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ คีย์แมนคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ


คดีนี้เป็นผลมาจากการปภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เมื่อเดือน ก.พ. ปี 2563 เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ โดยศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุก 6 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2537 ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด


ซึ่งความผิดลักษณะดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของข้อห้ามในการเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 98(10) และ 160 (6) คือ ต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า


ฝ่ายค้านจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งต่อมาศาลได้ให้ รอ.ธรรมนัสทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหารวมทั้งเรียกข้อมูลหลักฐานจากต่างประเทศ จนมีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงนัดแถลงคดีด้วยวาจา และออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในวันนี้ (5 พ.ค.) เวลา 15.00 น.


ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ต่อสู้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างประเทศซึ่งไม่ได้มีผลผูกพันต่อกฎหมายไทย และการลงเลือกตั้ง เป็น ส.ส.พะเยา ทาง กกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมว่าถูกต้องโทษโดยศาลไทยแม้แต่ครั้งเดียว จึงไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อวาน ร.อ.ธรรมนัส ก็บอกว่า ไม่กังวลในเรื่องนี้ โดยวันนี้จะส่งทีมทนายเป็นตัวแทนไปรับฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ หากผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมยอมรับ


สำหรับแนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียง 2 แนวทางเท่านั้น คือ ผิด กับ ไม่ผิด หากผิด ก็จะส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากความเป็น ส.ส.และ รัฐมนตรี ทันที โดย กกต.จะดำเนินคดีทางอาญา และคืนเงินประจำตำแหน่ง รวมถึงชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งด้วย


ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส.และรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษากรณีเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในประเทศออสเตรเลีย วันพรุ่งนี้ ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลในเรื่องนี้ โดยวันพรุ่งนี้ ได้ส่งทีมทนายความเป็นตัวแทนไปรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ


ส่วนเมื่อถามว่ามีความมั่นใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เป็นเรื่องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจก้าวล่วงได้ ซึ่งหากผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ไม่กังวลอะไร โดยตนเองก็ยังเดินหน้าทำหน้าที่ ทำงานเพื่อสังคมและประชาชนต่อไปเหมือนเดิม


ด้าน ศาสตราจารย์ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับทีมข่าวการเมืองของเรา ว่าตามหลักการทางกฎหมายแล้ว ข้อห้ามผู้เคยต้องคำพิพากษาทั้งในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดก็ตาม หมายถึงคำพิพากษาของไทยเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ดังนั้นคนที่ถูกศาลต่างประเทศพิพากษาจำคุกแล้วหนีกลับมาไทย ก็ไม่สามารถเอามาติดคุกต่อในไทยได้ ยกเว้นจะมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อขอโอนตัวนักโทษมาดำเนินคดีในไทยแทนถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ แต่ก็ต้องรับโทษตามระยะเวลาที่ศาลต่างประเทศกำหนด


อาจารย์จรัญ กล่าวว่า ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ไปเข้าข้างคนผิด แต่เป็นหลักการกฎหมายสากล อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ แม้ไม่อาจนำคำพิพากษาต่างประเทศมาเอาผิดได้ แต่ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ต้องอยู่ภายใต้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” ตามรัฐธรรมนูญ


ซึ่งคุณสมบัติของรัฐมนตรีกำหนดชัดเจน ในมาตรา 160 (5) ว่าจะต้อง ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็สามารถร้องให้มีการตรวจสอบตามมาตรานี้ได้ ต้องรอลุ้นคำวินิจฉัยบ่ายนี้ ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะเป็นไปตามหลักการที่ อ.จรัญ บอกหรือเปล่า


ข้อมูลประกอบ


ลักษณะต้องห้าม เป็น ส.ส. และ รัฐมนตรี

เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน


ที่มา : รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) และ มาตรา ม. 160 (6)



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/gus8lQ2-hzo

ข่าวยอดนิยม