ต่างประเทศ

กองทัพถล่มหนัก! เมียนมาส่งบินรบ-ยิงถล่มฐานกะเหรี่ยง ผู้อพยพทะลักหนีซุกไทยกว่า 2 พันคน

01 พ.ค. 2564

236 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลให้ขณะนี้มี ผู้อพยพจากรัฐกะเหรี่ยง หนีภัยจากการสู้รบมาฝั่งไทยแล้ว 2,267 คน ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่า ที่ชาวบ้านมองเห็นได้ชัดจากฝั่งไทย ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ยืนยัน การใช้เครื่องบินรบของทหารพม่า ไม่มีการโจมตีรุกล้ำอธิปไตยของไทย


ทหารกองพลที่ 5 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ได้ปักธงชาติกะเหรี่ยง เหนือฐานซอแลท่า ของกองทัพพม่า ที่อยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็นการประกาศชัยชนะในการยึดฐานทหารพม่าได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ 27 เมษายน ทหาร KNU ใช้เวลา 3 วันในการเข้าเคลียร์พื้นที่ฐานซอแลท่า ทำการยึดอาวุธจำนวนมาก และติดตามทหารพม่าที่หลบหนี เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการยึดคืนฐานได้


การปักธงชาติกะเหรี่ยง ในฐานทหารพม่า จึงมีความหมายถึงการยึดคืนดินแดนกะเหรี่ยง ที่ KNU เห็นว่าทหารพม่ารุกราน เข้ามาตั้งฐานเพิ่มกว่า 10 ฐานในพื้นที่ กองพล 5 หลังการลงนามหยุดยิง NCA ในปี 2015 จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ KNU โดยกองกำลัง KNLA ในพื้นที่กองพล 5 นำโดยพลเอก บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องเข้ายึดฐานทหารพม่า ทั้ง 2 แห่งริมน้ำสาละวินในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และแสดงจุดยืนยืนว่า KNU ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการทหารพม่า ซึ่งธงชาติ KNU สีแดงมีความหมายถึงความกล้าหาญ สีขาว หมายถึงความบริสุทธ์ และ สีน้ำเงินหมายถึงสันติภาพ ซึ่งหลังเสร็จภารกิจการปักธง ทหาร KNU ได้ถอนกำลังออกไปจากจุดนี้ เนื่องจากทหารพม่ายังมีการโจมตีทางอากาศ ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ได้บินทิ้งระเบิดในพื้นที่ริมน้ำสาละวิน มองเห็นได้ชัดจากบ้านท่าตาฝั่ง


ภาพที่ชาวบ้านท่าตาฝัง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถ่ายไว้เมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกาของวันนี้ เสียงเครื่องบินรบของทหารพม่า เสียงดังชัด และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากฝั่งไทย ซึ่งเป็นปฏิบัติการเหนือฐานดา-กวิน ที่เป็นฐานสำคัญของทหารพม่า ริมน้ำสาละวิน ที่ยังไม่ถูกยึดจากทหาร KNU จึงมีการโจมตีทางอากาศป้องกันฐานดา-กวิน และกำลังจะมีการปูพรมทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ริมน้ำสาละวิน ทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดผวา


ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา โดยนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานว่า บริเวณตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง ยังได้ยินเสียงอากาศยานไม่ทราบแบบ ได้ยินเสียงเครื่องยิงลูกระเบิดและเสียงปืนเล็กอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 2 นาฬิกา เครื่องบินรบไม่ทราบแบบ 1 ลำทิ้งระเบิด 2 ลูกห่างจากฐานดากวิน เพียง 500 เมตร ซึ่งปฏิบัติการทางอากาศของทหารพม่า ยังไม่บินรุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาฝั่งไทย จึงยังไม่ถือว่าเป็นการละเมิดหรือรุกล้ำอธิปไตยไทย


ผลกระทบจากการสู้รบทำให้ประชาชนจากรัฐกะเหรี่ยง อพยพมาฝั่งไทยแล้ว 2,267 คน ทางการไทยจัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว 4 จุด คือที่บริเวณห้วยอีนวล ห้วยโกเฮ ห้วยอมปะ และห้วยออเลาะ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากริมน้ำสาละวิน ผู้อพยพชาวกะเหรี่ยง ที่มีทั้งคนชรา ที่ต้องหิ้วมากับเปลนอน ผู้หญิง และเด็ก ที่ต่างกางผ้าเต้นท์ หลบฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และยังอยู่ในตามลำห้วยในสภาพที่ยากลำบาก แต่พวกเขาก็ขอบคุณทางการไทย ที่ยินยอมให้พักในที่ปลอดภัย และต้องหุงหาอาหารกันตามป่าเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากเสียงระเบิด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าไทยได้ให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม


ขณะที่ผู้อพยพไทย ชาวบ้านแม่สามแลบ ยังอพยพอยู่ที่โรงเรียนบ้านห้วยกองก้าด 150 คน ที่บ้านท่าตาฝั่ง 70 คน ทหาร ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ให้การดูแล ท่ามกลางการป้องกันสถานการณ์โควิด-19 ที่วันนี้ พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ได้เข้าเยี่ยมประชาชนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจบ้านแม่สามแลบ ซึ่งยังห้ามบุคคลภายนอกและสื่อมวลชนเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัยจากการสู้รบ


ขณะที่ พ.อ.ชูศักดิ์ ธีรากิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เข้ามอบสิ่งของช่วยเหลือผุ้อพยพไทยรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร อส.ที่ปฏิบัติงานริมน้ำสาละวิน ต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัยจากการสู้รบ ที่ยังมีเครื่องบินรบบินโจมตีในฝั่งรัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวยอดนิยม