สังคมออนไลน์

แพทย์สิชลชี้ อาการผู้ป่วยโควิดสูงอายุ มักมีอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ช่วงแรกปกติ ช่วงหลังเข้าวิกฤต

28 เม.ย. 2564

683 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

วันที่ 28 เม.ย. 2564 นายแพทย์อารักษ์ วงษ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล โพสต์ฟซบุ๊กเผยว่า เป็นอีกคืนที่ยุ่งเหยิงของทีมแพทย์ พยาบาล และพนักงานลำเลียงผู้ป่วย เมื่อพยาบาลในหอผู้ป่วยโควิดรายงาน แพทย์ประจำหอผู้ป่วยโควิด ว่ามีผู้ป่วยอายุ 68 ปี รับไว้นอนในโรงพยาบาลเป็นวันที่ 8 แล้ว


แพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะปอดบวมตั้งแต่วันแรกรับ ได้ขอยาต้านเชื้อมาให้ทันที ค่าออกซิเจนในเลือด 98 % สัญญาณชีพปกติ ชีพจร 85 ไม่มีไข้ ผู้ป่วยรู้สึกสบายดี ไม่เหนื่อย ไม่หอบ ได้เอกซเรย์ปอดเป็นระยะในวันที่ 1,3,5 และวันที่ 8 ปวดบวมจากเอกซเรย์เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ค่าออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลง จึงให้ย้ายผู้ป่วยเมื่อประมาณเที่ยงคืนลงมาไว้ห้องแรงดันลบเพื่อสะดวกในการปฏิบัติการกู้ชีพ  


หลังจากนั้นได้ติดตามค่าออกซิเจนในเลือด ลดเหลือ 96-95-93% ทีมแพทย์จึงตัดสินใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ โดยใช้ทีมวิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล ที่มีความชำนาญ สวมชุดป้องกันสูงสุด PAPR ที่มีระบบดูดอากาศผ่านตัวกรอง มาที่ชุดคลุมศีรษะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ


ในระหว่างปฏิบัติการ ใช้เครื่องมือส่องใส่ท่อช่วยหายใจชนิดพิเศษ พร้อมให้ยาระงับความรู้สึก ลดการต่อต้านเมื่อใส่ท่อ เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วย ไอหรือจาม ทำให้เชื้อฟุ้งกระจายได้ หลังจากนั้นใช้เครื่องช่วยหายใจควบคุมด้วยปริมาตรและความดัน อัตโนมัติเพื่อพยุงการหายใจ ปรับตั้งค่า ให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกต้านเครื่อง  


หัวหน้าทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อำนวยการอยู่ด้านนอก ได้ตัดสินใจสวมชุด PPE เข้าไปประเมินอาการ สัญญาณชีพ ผู้ป่วยด้วยตนเอง พร้อมปรับการตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจให้เหมาะกับสภาพร่างกายผู้ป่วย และได้เอกซเรย์ปอดอีกครั้ง


วันที่ 11 พบว่าภาพทางรังสี มีรอยโรคแย่ลงไปกว่าเดิมมาก หลังใช้เครื่องช่วยหายใจ ได้ตั้งค่าปรับเพิ่มอัตราการไหลของออกซิเจนให้สูงขึ้น ค่าออกซิเจนในเลือดปรับตัวสูงขึ้น 99% ประเมินอาการโดยรวมเช้าวันนี้ น่าพอใจ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพคงที่ ถามว่าเหนื่อยมั้ย โยกหัวเพื่อบอกว่าไม่เหนื่อย มีกำลังใจดี ยังสู้ไหว  


ทีมแพทย์ได้ปรับการให้ยาใหม่อีกครั้ง โดยให้ยาต้านไวรัสต่อเนื่องไปอีก ให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ปรับยาต้านการอักเสบ จัดทีมพยาบาลเสริมกำลังในการเฝ้าดูแลติดตามผู้ป่วย ใกล้ชิด


ในผู้ป่วยสูงอายุจึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่ไม่อาจไว้วางใจ แม้ในช่วง 5-8 วันแรกจะรู้สึกสบายดี แต่อาการและพยาธิสภาพในปอดเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก หากอยู่ในสถานที่ไม่พร้อม จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว เพราะร่างกายขาดอ๊อกซิเจน ถึงวันนี้ก็ไม่อาจวางใจ อยู่ที่สภาพร่างกายและการฟื้นตัวของปอดของผู้ป่วยเอง ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทีมบุคลากรทางการแพทย์สู้เต็มที่กับผู้ป่วยทุกราย


ข่าวยอดนิยม