ประชาสัมพันธ์

กรมการจัดหางาน ศูนย์รวมความต้องการ ตำแหน่งงานราชการที่ดีที่สุด

22 เม.ย. 2564

86 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews




(ภาพโดย StartupStockPhotos จาก Pixabay)


“ความมั่นคงในชีวิต” อีกหนึ่งค่านิยมของสังคมตามวิถีไทย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำงานรับราชการ นับเป็นอีกหนึ่งงานที่หลายคนให้ความสนใจ ซึ่งจุดสำคัญคือความมั่นคงในชีวิตที่จะได้รับ ทั้งจากสวัสดิการที่ได้ในระหว่างการทำงาน สิทธิ์ในการลาที่มีกว่า 11 ประเภท ไม่ใช่แค่การลาป่วย หรือลาพักร้อนเท่านั้น แต่ยังมีสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมไปถึงพ่อ-แม่ คู่สมรส และลูก ก็สามารถเบิกได้ รวมไปถึงค่าเล่าเรียนของลูกที่ก็มีสวัสดิการมารองรับเช่นเดียวกัน นอกจากนี้หลังจากที่เกษียณอายุราชการแล้ว ยังมีเงินบำเหน็จ - และเงินบำนาญ ให้เลือกจัดสรรในช่วงบั้นปลายชีวิต


ที่สำคัญงานราชการ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่ออก เว้นแต่ว่าคุณจะทำผิดวินัยร้ายแรง มีการกำหนดวันทำงานและเวลาเข้า-ออกงานที่ชัดเจน นับเป็นการการันตีความมั่นคงในชีวิตการทำงานที่สามารถวางอนาคตหลังจากที่เข้ารับงานราชการได้ เพราะเหตุนี้นี่เองจึงทำให้การรับราชการจึงเป็นที่สนใจของสังคมไทยในปัจจุบัน เพื่อเป็นการปูทางสู่ความมั่นคงด้านสวัสดิการที่พึงได้รับของครอบครัวของตนเองเมื่อได้รับราชการ


บันไดการก้าวสู่อาชีพงานรับราชการ

รู้หรือไม่ จากสถิติปี 62 ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนได้รวบรวมเพื่อประชาสัมพันธ์ พบว่าตำแหน่งข้าราชการในฝ่ายพลเรือนประเภทต่างๆมีจำนวนทั้งสิ้น 1,487,785 ตำแหน่ง ซึ่งมีผู้ครองตำแหน่งจำนวน 1,338,989 คน คิดเป็นร้อยละ 90 ของตำแหน่งทั้งหมด ซึ่งร้อยละ 10 หรือ 148,786 ตำแหน่งคือตำแหน่งที่ว่างที่ต้องการการเข้าบรรจุเพื่อเข้ารับราชการ นั่นคือโอกาสที่เราจะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานราชการได้


สถิติจาก คู่มือกำลังพลภาครัฐในฝ่ายพลเรือนปี 2562 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน


จากข้อมูลจะพบว่าสัดส่วนของตำแหน่งงานราชการที่กระจายอยู่ในแต่ละกระทรวงซึ่งตำแหน่งงานราชการที่มีมากที่สุดคือตำแหน่งงานในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 31.88 ของตำแหน่งงานราชการทั้งหมด หรือคิดทั้งหมดเป็น 465,326 ตำแหน่ง




เห็นข้อมูลแล้วเริ่มเห็นโอกาสในการสอบเข้ารับราชการ แต่ต้องทำยังไงบ้าง? ใบเบิกทางแรกคือการสอบ ก.พ. (สำนักงานข้าราชการพลเรือน) ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการประเมินความเหมาะสมของผู้ที่ต้องการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แบ่งออกเป็นภาค 3 ภาค คือ ภาค ก. สอบภาคความรู้ ความสามารถทั่วไป ภาค ข.ทดสอบความสามารถเฉพาะตำแหน่ง สำหรับหน่วยงานราชการที่เปิดรับสมัคร ปิดท้ายด้วย ภาค ค. นั่นคือการสอบสัมภาษณ์


โดยจากจำนวนผู้สมัครในปี พ.ศ.2563 ก.พ. ได้เปิดเผยว่ามีผู้สมัครสอบภาค ก. จำนวน 500,000 คน รวมทั้งจัดให้มีการสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 21,723 คน รวมผู้สมัครสอบภาค ก. ทั้งสิ้น 521,723 คน


เมื่อฝ่าฟันการสอบผ่านภาค ก. แล้ว ก็มาลุยกันต่อที่ ภาค.ข นั่นคือการสอบภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ซึ่งมีสายงานหลากหลาย โดยเฉพาะข้าราชการพลเรือน ที่แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ตำแหน่งประเภทบริหาร, ตำแหน่งประเภทอํานวยการ, ตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ซึ่งก็ได้มีการกำหนดตำแหน่งอีกหลายสายงานแยกย่อย ใน 8 กลุ่มอาชีพ ได้แก่


- กลุ่มอาชีพบริหาร อำนวยการ ธุรการ งานสถิติ งานนิติการ งานการทูตและต่างประเทศ เช่น นักกฎหมายกฤษฎีกา,พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ,การทูต ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพการคลัง การเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม เช่น ตรวจสอบภาษี,นักวิชาการสรรพสามิต, นักวิชาการภาษี ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพคมนาคม ขนส่ง และติดต่อสื่อสาร เช่น นักการข่าว, นักสื่อสารมวลชน, นักวิชาการขนส่ง ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เช่น นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ, นักวิชาการประมง, นักวิชาการป่าไม้ ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพวิทยาศาสตร์ เช่น นักธรณีวิทยา, นักฟิสิกส์รังสี, นักอุตุนิยมวิทยา ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข เช่น นักจิตวิทยา, นักวิชาการพยาบาล, แพทย์, แพทย์แผนไทย ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และช่างเทคนิคต่างๆ เช่น นักวิชาการช่างศิลป์, วิศวกรไฟฟ้า, สถาปนิก ฯลฯ

- กลุ่มอาชีพการศึกษา ศิลปะ สังคม และการพัฒนาชุมชน เช่น นักพัฒนาการท่องเที่ยว, นักวิชาการวัฒนธรรม, นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ


(ภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay)


กรมการจัดหางานสู่ยุคใหม่ของการค้นหาตำแหน่งงานราชการที่หลากหลาย


สิ่งหนึ่งที่เราต่างประสบพบปัญหาคือการที่ต้องเฝ้ารอประกาศการรับสมัครงานจากบอร์ดประกาศ หรือ หน้าเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งไม่สามารถติดตามได้ตลอดเวลา หลายต่อหลายครั้งเราอาจต้องพลาดโอกาสดีๆ ด้วยปัญหาดังกล่าวจะถูกแก้ไขที่ไม่ถูกทางคือวัฒนธรรมการบอกต่อและแนะนำจากคนในหน่วยงานว่าจะรับตำแหน่งงานดังกล่าว ซึ่งผู้สมัครอาจจะได้งานที่ไม่ได้ตรงความต้องการของตนเองอย่างที่ตั้งใจไว้


พูดได้ว่ายุคสมัยนี้กับการค้นหางานราชการง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ! ด้วยความยากลำบากและระบบงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสมัครงานดังกล่าว ปัจจุบันนี้ทางกรมการจัดหางานเค้าได้สร้างเว็บไซต์ศูนย์กลางข้อมูลการเปิดรับสมัครงานราชการไทยขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหางานในทุกกระทรวงจากเว็บไซต์เดียว





เว็บไซต์ www.ไทยมีงานทำ.com หรือ แอปพลิเคชัน “Thai มีงานทำ” พัฒนาโดยกรมการจัดหางาน จึงได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง รวบรวมการประกาศตำแหน่งงานราชการทั้งหมดไว้ โดยเว็บไซต์นี้จะให้บริการแก่ผู้ที่เข้ามาค้นหางานราชการที่เปิดรับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเว็บไซต์ก็ได้ทำการรวบรวม และบอกรายละเอียดในการสมัคร ทั้งวันที่เปิดรับสมัคร-วันที่ปิดรับ, จำนวนตำแหน่งที่ว่าง, อัตราเงินเดือน, ระดับการศึกษา, รายละเอียดวุฒิ, เงื่อนไขในการสัมคร, ความรู้ที่จำเป็นของวิชาที่จะสอบ รวมไปถึงทักษะ-สมรรถนะ ต่างๆ ของผู้สมัคร




นอกจากบริการให้ผู้ที่สนใจสมัครงานมาค้นดูประกาศการรับสมัครงานแล้ว เว็บไซต์และ แอปพลิเคชัน ยังได้มีบริการเปิดให้กับหน่วยงานราชการมาประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานที่ว่างด้วย เรียกได้ว่ามีข้อมูลให้ครบ ตอบสนองความต้องการได้ทั้งต้นทางและปลายทาง จบ ในที่เดียวสะดวกสุดๆ


แหล่งที่มาของข้อมูล

https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/document/thai-gov-manpower-2562_0.pdf


ข่าวยอดนิยม