อาชญากรรม

'หมอปลา-พระมหาไพรวัลย์' บุกพิสูจน์จุดพระกิโยติน ซัดตายไปเป็นสัมภเวสี

19 เม.ย. 2564

515 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 15.45 - 16.45 น.

ผู้การจังหวัด ระบุ ลูกศิษย์รู้เห็นพระธรรมกร ฆ่าตัวตายแล้วไม่ห้าม ถือว่ามีความผิด ขณะที่ 'หมอปลา-พระมหาไพรวัลย์' บุกพิสูจน์จุดพระกิโยติน


กรณีพระธรรมกร หรือ นายธรรมกร วังปรีชา อายุ 68 ปี เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ภูหินกอง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ใช้เครื่องกิโยติน ตัดศีรษะตัวเอง เมื่อช่วงตี 5 ของวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา 


เมื่อตำรวจ สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมแพทย์เวรเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ลูกศิษย์ช่วยกันล้างคราบเลือด พร้อมนำร่างใส่โลงไม้ ส่วนศีรษะนำใส่กล่องไม้ ที่แกะสลักลวดลายสวยงาม และเตรียมฌาปนกิจ โดยไม่ยินยอมให้ชันสูตรศพ


ขณะที่นายบุญเชิด บุญรอด น้องร่วมพ่อแม่กับพระธรรมกร บอกว่า เมื่อ 5 ปีก่อน พระธรรมกรตั้งใจตัดศีรษะตนเองเป็นพุทธบูชา เพื่อเกิดเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า โดยเขียนจดหมายสั่งเสียวันที่ 11 เม.ย. ลาสิกขาช่วงค่ำวันที่ 14 เม.ย. และฆ่าตัวตายในวันรุ่งขึ้น ตอนนั้นมีลูกศิษย์สวดมนต์อยู่ใกล้ ๆ กว่า 100 คน ทั้งญาติและลูกศิษย์ไม่ติดใจการตาย พร้อมฌาปนกิจช่วงบ่ายวันเดียวกัน


เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ผ่านมา (19 เม.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่สำนักสงฆ์ภูหินกอง พบว่า ตรงจุดนี้ไม่ใช่สำนักสงฆ์ เป็นเพียงที่พักสงฆ์ เพราะยังไม่ได้ขออนุญาต


ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.หนองบัวลำภู เผยว่า แม้พระธรรมกร ตั้งใจฆ่าตัวตาย โดยมีจดหมายบอกกล่าวไว้ แต่ลูกศิษย์ที่ทราบเรื่องแล้วไม่ห้าม แถมยังช่วยประกอบเครื่องกิโยติน และยังห้ามเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย


ต่อมา พระมหาไพรวัลย์ และหมอปลา ได้เข้าตรวจสอบที่สำนักสงฆ์ โดยพระมหาไพรวัลย์ ได้สอบถามลูกศิษย์พระธรรมกร ทราบว่า ที่ผ่านมา เคยเตือนแต่ไม่สามารถห้ามปรามได้ พระมหาไพรวัลย์ ระบุ เรื่องที่เกิดเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะขัดต่อหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ฆ่าตัวตาย


ด้านหมอปลา ได้เดินไปตรวจสอบทั้งจุดตั้งกิโยติน และจุดเผาร่างพระธรรมกร ที่ลูกศิษย์นำหินมาตั้งกองขึ้นมาเหมือนภูเขา ได้เกิดอาการคลื่นไส้ พร้อมระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้พระธรรมกร เกิดเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่กลับเป็นสัมภเวสี วิธีแก้ทำได้โดยการนำเถ้ากระดูกไปลอยอังคาร แต่ลูกศิษย์จะยอมหรือไม่


ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยันพระพุทธเจ้าไม่มีคำสอนให้ตัดศรีษะเป็นพุทธบูชา สอดคล้องกับนักวิชาการศาสนาระบุเป็นความเชื่อที่หลงผิดจากนิทานชาดก


โดย ดร.อินทพร จันทร์เอี่ยม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือพศ. ยืนยันผ่ายรายการโหนกระแส ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความสลดให้กับประชาชน ตามหลักของพุทธเจ้า ไม่มีการสั่งสอนให้ นำศรีษะมาถวายเป็นพุทธบูชา ขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และพบว่าสถานที่แห่งนี้ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเป็นเพียงสำนักสงฆ์ และ กิจกรรมที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับทางคณะสงฆ์ภายในจังหวัดหนองบัวลำภู


ขณะที่อาจารย์จตุรง จงอาษา นักวิชาการอิสระ บอกว่า ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 จะมีการฆ่าตัวตาย เพื่อเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะไปหลงเชื่อตามนิทานชาดก ที่เป็นเพียงการแต่งเรื่องขึ้น แต่ไม่ใช่เป็นคำสั่งสอนที่เป็นแก่นแท้ของพระพุทธเจ้า


ด้านทนายแก้ว ยืนยันว่า พระรูปดังกล่าวไม่น่าจะสร้างกิโยติน เพียงลำพังได้ ต้องมีคนช่วย ส่วนเวลาที่เกิดเหตุ หากผู้ปฎิบัติธรรมอ้างว่า ไม่เห็น ตำรวจต้องตรวจสอบ เพราะหากพบว่า รู้เห็นแล้วไม่เข้าช่วยเหลือผู้ที่จะฆ่าตัวตาย ถือว่ามีความผิด รวมถึง บุคคลที่เข้าเคลื่อนย้ายศพ หรือ หลักฐานในที่เกิดเหตุ ก็มีความผิดเช่นกัน


ส่วนนายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษก พศ. บอกว่า ที่ผ่านมา คณะสงฆ์ พศ.โดยมหาเถระสมาคม เคยมีมติแจ้งวัด เรื่องห้ามทำไสยศาสตร์และความเชื่อเวทมนต์คาถาที่ไม่ถูกต้องตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทางพศ.จะส่งหนังสือแจ้งเจ้าอาวาสหรือวัดต่างๆอีกรอบ เพื่อกำชับพระลูกวัดที่อาจละเลยและมีแนวคิดเช่นนี้



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/BcvYPD5imXk

ข่าวยอดนิยม