การเมือง

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โต้ข่าว ‘เพนกวิน’ เสียชีวิต - กลุ่มเสื้อแดงจัดงานรำลึก 11 ปี สลายชุมนุมปี 53

11 เม.ย. 2564

136 view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

วันที่ 10 เม.ย.64 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์แจงกระแสข่าวว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน เสียชีวิตในระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)


โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) เสียชีวิตในระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สภาพศพมีร่องรอยถูกรัดคอ และโพสต์สตอรี่ ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ฯ ปลุก นายพริษฐ์ฯ ในเวลากลางดึก ใช้กำลังทุบตีทำร้ายร่างกาย บังคับให้รับประทานอาหาร และไม่ให้ปฏิบัติตัวเป็นจุดสนใจจากสังคม โดยมีบุคคลสวมชุดจิตอาสาอยู่ร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าว นั้น


เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขอเรียนว่า ข่าวในเพจดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เรือนจำฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่เวรพยาบาล ดูแลผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในวันที่ 10 เมษายน 2564 เจ้าหน้าที่พยาบาลได้ตรวจอาการ ข.ช.พริษฐ์ หรือเพนกวิน ชีวารักษ์ อายุ 22 ปี คดี หมิ่นประมาทหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ สภาพทั่วไป รู้สึกตัวดี มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่มีอาการวูบ ริมฝีปากแห้งเล็กน้อย ผื่นคันที่หน้าอกและที่หลังทุเลาขึ้น สามารถลุกเดิน – ลุกนั่งทำกิจวัตรประจำวันได้


ขณะเดียวกัน วานนี้ (10 เม.ย. 2564) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ได้มีการจัดงานรำลึกสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เม.ย 53 นำโดย นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ, นายวรชัย เหมมะ, นพ. เหวง โตจิราการ, นพ. สันต์ หัตถีรัตน์, นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ และมีนักการเมืองเข้าร่วม


โดยภายในงานมีการทำบุญสังฆทาน พระสงฆ์ 11 รูป วางพวงหรีดและดอกไม้สดุดีวีรชน โดยมีตัวแทนกลุ่มวีโว่ นักเรียนเลว และราษฎร มาร่วมวางพวงหรีดในปีนี้ด้วย จากนั้นแกนนำนปช. ได้พบปะ สนทนากับครอบครัวผู้เสียชีวิต


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ตนเองได้มายืนอยู่ตรงนี้ แม้แต่เจอกันในสถานการณ์ที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันจังหวัดพรุ่งนี้เพราะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค พร้อมระบุว่าตั้งแต่เช้าตนใส่หน้ากลับมารู้สึกเหงื่อชุ่ม จึงขอเปลี่ยนหน้ากาก ซึ่งเป็นหน้ากากผ้า สกรีนลาย แกนนำเยาวชนที่ถูกคุมขัง


พร้อมระบุว่า กลัวพวกเขาจะได้รับอันตราย จึงขอเรียกร้องให้ปล่อย เยาวชนออกจากห้องขังแล้วออกมาต่อสู้กันแบบผู้ใหญ่ เพราะไม่มีประเทศไหนที่จับกุมเยาวชน ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปไว้ในห้องคุมขัง การที่ตนเองออกมายืนวันนี้ เพื่อยืนยันและแสดงให้เห็นว่า การเข่นฆ่า ไม่ใช่ทางออก และจะไม่ยอมสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้


ย้ำว่า ไม่ใช่การเปิดฉากสงคราม แต่หากเยาวชนลุกขึ้นมาต่อสู้ ไม่ยอมรับบ้านเมืองที่รัฐมอบให้ เพราะประเทศนี้กำลังจะอยู่ในความรับผิดชอบของเขาในอนาคตข้างหน้า และเป็นสิทธิ์โดยชอบที่จะเรียกร้อง รูแแบบการปกครอง และการจัดสรรอำนาจที่ดีกว่า จึงไม่มีประโยชน์ ที่จะจัดการกับเยาวชนด้วยความโกรธแค้นชิงชัง แต่ควรเปิดใจรับฟังและหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางออกประเทศ


ทั้งนี้ ถ้าพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รักลูก 2 คนมากแค่ไหน พ่อแม่ของเยาวชนที่ถูกจับกุม ก็รักลูกของเขาอย่างสุดหัวใจเช่นกัน จึงขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการ ข่มเหง กดขี่ ลูกหลานเยาวชนในทุกรูปแบบ และมองว่าไม่เป็นธรรมเลยที่เยาวชนเหล่านี้จะต้องมาแบกรับในสิ่งที่คนรุ่นพวกเราเคยทำไว้ในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/DRFnCXJIRFw

ข่าวยอดนิยม