การเมือง

'จตุพร' เผยชุมนุม 4 เม.ย.นี้ใช้โมเดล พฤษภา 35 เชื่อมีการเปลี่ยนแปลง - จี้ 'ประยุทธ์' เสียสละเพื่อชาติ

03 เม.ย. 2564

29 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวถึงการนัดชุมนุมวันที่ 4 เมษายน นี้ ในเวลา 16.00 น. ที่อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 ว่า เริ่มมาจากนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่ทนไม่ได้กลับวิกฤติบ้านเมืองในขณะนี้ จึงได้เชิญชวนบุคคลที่เคยผ่านเหตุการณ์พฤษภา 35 มาร่วมกันหาทางออกของวิกฤติประเทศ และตนก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เคยผ่านเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็มองว่าถึงเวลาแล้วที่ จะต้องช่วยกันนำประเทศออกจากวิกฤติซึ่งปัญหา


ขณะนี้มาจากคนคนเดียวคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ไม่ยอมทำตามที่เคยสัญญาไว้ตั้งแต่รัฐประหารว่าจะอยู่ไม่นาน กระทั่งผ่านเวลามาถึง 7 ปี และที่เป็นสายป่านสุดท้าย ที่ทำให้บุคคลที่เคยผ่านเหตุการณ์พฤษภา 35 ออกมาเคลื่อนไหว


โดยใช้เหตุการณ์พฤษภา 35 เป็นโมเดล คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พลเอกประยุทธ์ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน หรือแม้กระทั่งเรื่องมาตรา 112 พลเอกประยุทธ์ก็ เป็นคนระบุว่าจะไม่มีการใช้มาตรา 112 แต่สุดท้ายก็ดำเนินคดีกับกลุ่มราษฎรด้วยมาตรา 112 ทำให้กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คนที่ได้ประโยชน์คือพลเอกประยุทธ์ ขณะที่กลุ่มเยาวชนต้องติดคุก เหล่านี้เป็นปัญหาการเมืองยังไม่รวมปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก


หากย้อนไปสมัยพลเอกสุจินดา คราประยูร ตระบัดสัตย์กับประชาชนเพียงครั้งเดียวประชาชนไม่มีใครทน ก็ไม่ให้โอกาสเป็นครั้งที่2 แต่พลเอกประยุทธ์ผิดสัญญากับประชาชนนับครั้งไม่ถ้วน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอยากพรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนเลือกตั้งก็ประกาศชัดเจนจะไม่ร่วมรัฐบาลกับเผด็จการ แต่สุดท้ายก็หักหลังประชาชนโดยใช้เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้าง วันนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทั้ง 3 พรรคถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ก่อนที่ประชาชนจะลงถนนเพื่อร่วมกันกดดัน


นายจตุพรเชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 4 เมษายนนี้ ประชาชนที่ไม่พอใจและทนไม่ได้กับสถานการณ์การเมืองจะมาร่วมกันแสดงพลังเป็นจำนวนมาก เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์คือศูนย์กลางของปัญหา


“และขอให้พลเอกประยุทธ์อย่ากล่าวว่าหากไม่มีตนเองแล้ว ใครจะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมา 29 คนแล้ว หากนายกฯคนแรกคิดแบบพลเอกประยุทธ์ก็คงไม่มีนายกรัฐมนตรีคนที่สอง”


นายจตุพร กล่าวว่าการรวมกลุ่มกันของคนเดือนพฤษภา 35 เป็นการรวมตัวกันในนามปัจเจกบุคคล หากนำองค์กรมาเกี่ยวข้อง ปัญหาจะไม่จบและจะทำให้พลเอกประยุทธ์อยู่ต่อถึง 2 วาระ หรืออีก 6 ปี การรวมตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของกลุ่มนปช. หรือคนเสื้อแดง แต่เป็นการรวมกลุ่มกันของคนเดือนพฤษภา 35


ส่วนรูปแบบการชุมนุมนั้นจะแตกต่างออกไปจากในอดีตเพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป จะต้องใช้สติให้มาก และยึดสันติวิธีทุกวิถีทางไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่หากสถานการณ์บ้านเมืองเดินไปถึงจุดหนึ่ง และปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข วันนั้นจะเป็นฉันทามติของประชาชนว่าจะเดินหน้าลงถนนหรือจะดำเนินการอย่างไรต่อ


เพราะมองว่าไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งสามารถแก้ปัญหาพี่บ้านเมืองเผชิญอยู่ขณะนี้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าฝ่ายพลเอกประยุทธ์มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นแต่ประชาชนอ่อนแอลง ดังนั้น หากประชาชนไม่ต้องการให้พลเอกประยุทธ์สืบทอดอำนาจอยู่ต่ออีกถึงหกปีก็ออกมาแสดงพลังร่วมกันขับไล่พลเอกประยุทธ์


แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนที่จะออกมาร่วมชุมนุมวันที่ 4เมษายนนี้ เป็นคนที่พลเอกประยุทธ์และรัฐบาลจะต้องฟัง ซึ่งจะเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่มีอคติกับรัฐบาล แต่คนเหล่านี้ไม่อาจปล่อยให้ พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศต่อไปได้ ส่วนพลเอกประยุทธ์จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหรือไม่นั้น ให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนด


จึงอยากจะให้พลเอกประยุทธ์เสียสละก่อนที่เหตุการณ์ จะบานปลายจนกลายเป็นทรราช ซึ่งเป็นเส้นแบ่งบางๆหากพลเอกประยุทธ์ตัดสินใจโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะไม่อยากเดินไปถึงจุดที่ประชาชนออกมาขับไล่พลเอกประยุทธ์แบบมืดฟ้ามัวดิน เพราะวันนี้เป็นการชี้ทางออกของวิกฤติประเทศไม่ได้มีปัญหาส่วนตัว และเชื่อว่าหากพลเอกประยุทธ์เปิดใจรับฟังก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นยุบสภาหรือลาออกได้ทั้งสองทาง แต่มองว่าการยุบสภายังไม่ใช่ทางออกเพราะรัฐธรรมนูญยังไม่ถูกแก้ไข


นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการชุมนุมครั้งนี้ มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากกระแสการชุมนุมของกลุ่มราษฎรแผ่วลง ยืนยันว่าตนเองเป็นตัวของตัวเองมีอุดมการที่ชัดเจน และการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ผ่านมา ตนเองก็ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนายทักษิณ จนถูกวิจารณ์ว่าย้ายขั้วไปอยู่ฝั่งรัฐบาล เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ เป็นการมาร่วมตามคำเชิญชวนของประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35


ส่วนที่มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีการแยกกันเดินชัดเจนกับกลุ่มแนวร่วมนปช. อย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร ย้ำว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นแนวทางของคนพฤษภา 35 และเป็นการเข้าร่วมในนามปัจเจกบุคคลไม่ใช่การเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. อีกทั้งตนกับนายณัฐวุฒิแยกกันเดินชัดเจนมาได้สองปีแล้ว ซึ่งบนเส้นทางประชาธิปไตยทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางของตนเอง

ข่าวยอดนิยม