การเมือง

‘อนุทิน’ ลงแม่ฮ่องสอน มอบวัคซีนโควิด-19 ช่วยด่านหน้า ยันดูแลด้านการแพทย์ผู้อพยพ

03 เม.ย. 2564

17 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง และชายแดนบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการป้องกันโรคโควิด-19 และสถานการณ์การอพยพตามชายแดนไทย โดยยืนยันไทยพร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางการแพทย์กับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบจากรัฐกะเหรี่ยง ขณะที่กลุ่มกะเหรี่ยงในประเทศไทย ยื่นหนังสือขอให้เปิดช่องทางส่งอาหารสิ่งของช่วยเหลือให้กับผู้อพยพโดยด่วน หลังทางทหารไทยยังไม่ให้เข้าพื้นที่ และมีผู้อพยพไม่ต่ำกว่า 7 พันคนกระจายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินในรัฐกะเหรี่ยง และอีกหลายร้อยคนติดค้างอยู่ฝั่งไทย


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมายังโรงพยาบาลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะการอพยพหนีภัยการสู้รบของประชาชนจากรัฐกะเหรี่ยง ที่ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดได้ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม มีผู้บาดเจ็บจากรัฐกะเหรี่ยง 7 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสบเมย โรงพยาบาลแม่สะเรียง และโรงพยาบาลศรีสังวาลย์


นายอนุทิน ได้มอบวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับบุคคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยง จำนวน 2,000 โดส รวมทั้งรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน และหน้ากากอนามัย จำนวน 120,000 ชิ้น เพื่อสนับสนุนการปฎิบัติงานป้องกันโควิด-19 และฝุ่นควันพีเอ็ม 2.5 ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และวางแนวทางรับมือการอพยพ หากมีผู้ที่เจ็บป่วย ก็พร้อมให้การรักษา และหากมีความจำเป็นก็พร้อมจะจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือตามหลักสากล


จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ มายังบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์การอพยพหนีภัยการสู้รบจากรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งนายอุนทิน ยืนยันว่าไทยพร้อมให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับผู้หนีภัยการสู้รบตามหลักสากล โดยนายอรรควัชร์ รัตนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สามแลบ ที่ทำหน้าที่ประสานหลักในการรับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บที่มาขอความช่วยเหลือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลระดับอำเภอ ซึ่งนายอนุทิน ย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนฉีดวัคซีนด้วย


นอกจากนี้ นายทวีวิทย์ ดิบือแฮ กลุ่มกะเหรี่ยงไทย KTG เครือขายกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เครือข่ายผู้หญิงลุ่มน้ำสาละวิน ได้ยื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ขอให้ทางการไทยดูแลผู้ลี้ภัยเป็นไปตามหลักสากล โดยให้ที่พักพิงในยามวิกฤติเป็นการชั่วคราว อำนวยความสะดวกในการส่งเสบียงอาหาร ยารักษาโรค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างเร่งด่วน และไม่ควรบังคับให้ผู้ลี้ภัยกลับไปโดยไม่สมัครใจ ซึ่งนายอนุทิน รับว่าจะแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ


ทางเครือข่ายกะเหรี่ยงยังได้ชี้แจงสถานการณ์ที่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือมาจากผู้อพยพ ซึ่งมีหมอมามะ เครือข่ายสาธารณสุขชายแดน มาร่วมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไทย ว่าขณะนี้มีผู้อพยพหลบหนีอยู่ในพื้นที่ไทยบางส่วน แต่กว่า 7 พันคน หลบหนีอยู่ตามป่า ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ไม่สามารถข้ามมาฝั่งไทยได้ และนับจากถูกโจมตีทางอากาศโดยทหารเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 20 คน นอกจากที่ส่งมารักษาในไทย 7 ราย และยังมีผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนท้อง ที่ทางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง knu มีสถานพยาบาลในเมืองเดปุนุ และหลายเมือง แต่ขณะมีการสู้รบอาการบาดเจ็บหนักไม่สามารถรักษาได้ จึงขอทางการไทยเปิดช่องทางช่วยเหลือทางการแพทย์ รวมทั้งอาหารและเวชภัณฑ์ยาต่างๆด้วย


นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่เครือข่ายผู้หญิงลุ่มน้ำสาละวิน และมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ได้นำสิ่งของช่วยเหลือ เช่นเสื้อผ้า รองเท้าเด็ก น้ำ นมเด็ก ที่ได้รับบริจาคให้ช่วยเหลือผู้อพยพทั้งที่ติดอยู๋ฝั่งไทย และต้องการส่งไปยังรัฐกะเหรี่ยง แต่ทหารพราน ทพ.36 ที่จุดตรวจบ้านแม่สามแลบ ไม่ให้รถยนต์ภายนอกเข้าไปพื้นบ้านท่าตาฝั่งและจุดที่มีผู้อพยพได้ ทั้งหมดจึงเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังเดือดร้อนหนักได้


เครือข่ายที่นำสิ่งของช่วยเหลือมาช่วยผู้อพยพ จึงต้องนำสิ่งของไว้ที่ศาลาประชาคมหมู้บ้านแม่สามแลบ เพื่อรอฟังคำสั่งเปิดทางนำสิ่งของช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบ และตั้งคำถามไปยังนายสิทธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่ามีคำสั่งเปิดจุดผ่อนปรนการค้า เมื่อวันที่ 1 เมษายนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดการซื้อขายได้และความเร่งด่วนขณะนี้น่าเป็นการเปิดทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังหนีตายจากภัยการสู้รบด้วย

ข่าวยอดนิยม