การเมือง

ประยุทธ์ ยันเจรจาผู้ลี้ภัยเมียนมาด้วยดี ปัดใช้ปืน – กดดันผลักกลับประเทศ

31 มี.ค. 2564

90 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

จากกรณีที่ภาพของสำนักข่าวต่างประเทศที่เผยให้เห็นถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพหนีภัยจากสงครามในเมียนมา แต่โดนทหารไทยให้ถูกผลักกลับประเทศ พร้อมนำรั้วลวดหนามมาปิดล้อมเอาไว้ โดยภายในคลิปมีการบรรยายความเป็นอยู่ของผู้อพยพที่มีทั้งเด็กและคนชรา


โดยองค์กรกะเหรี่ยงเพื่อสันติภาพ และองค์กรเพื่อช่วยเหลือเด็ก สตรีไร้พรมแดน แจ้งว่ามีกะเหรี่ยงที่หนีตายจากการสู้รบมาอยู่ฝั่งไทยหลายร้อยราย พร้อมยืนยันว่า ถูกเจ้าหน้าที่จากผลักดันให้กลับเข้าประเทศ โดยไม่ทราบสาเหตุ ทางองค์กรได้มีความสงสัย และจะผนึกกับหลายองค์กรระหว่างประเทศเพื่อจะติดตามเรื่องนี้


ทางด้านฝ่ายความมั่นคงของฝั่งไทย จะแจ้งว่า การวางรั้วลวดหนามนั้นเป็นการกั้นเขตเฉพาะการหลบหนีเข้าประเทศ เนื่องจากจะต้องมีการคัดกรองโรคระบาดโควิด-19 ผู้ลี้ภัยบางส่วนเข้ามาโดยไม่ผ่านการคัดกรอง นอกจากนี้ยังได้มีการนำผู้อพยพที่ได้รับบาดเจ็บจากการลี้ภัยสงครามาทำการรักษาที่ฝั่งไทยแล้ว คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่ข้ามมาฝั่งประเทศไทยมีประมาณ 2,194 ราย


นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่า ได้ถามถึงความสมัครใจในการเข้ามา หากอยากเข้าก็ยินดี แต่ต้องผ่านการคัดกรอง หากอยากสมัครใจกลับก็ไม่ว่าอะไร


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยัน ไม่มีการผลักดันกะเหรี่ยงเคเอ็นยูกลับเมียนมาเหมือนสื่อบางคนนำภาพมาเผยแพร่ แต่ข้อเท็จจริงมีการเจรจาพูดคุย ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเคเอ็นยู บอกไม่มีปัญหาอะไร จึงขอความร่วมมือให้กลับไปก่อน ยืนยันทหาร ไม่ได้ใช้อาวุธปืนจี้ขับไล่กลับประเทศ ดูแลตามหลักมนุษยธรรม ถ้าเหตุการณ์ไม่สงบ รบกันอยู่ คงผลักดันกลับไปไม่ได้ ส่วนจะมีการอำนวยความสะดวกหากมีการอพยพเข้ามา


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ขอพูดตรงนี้เป็นเรื่องความมั่นคง ถึงเวลาจะตัดสินใจเอง จะไปป่าวประกาศพร้อมรับการอพยพไม่ได้


ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแลพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาในไทย จำนวนมากกว่า เราได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงที่เตรียมรับสถานการณ์อยู่ในขณะนี้แล้ว โดยต้องช่วยเหลือขั้นต้นตามความเหมาะสม แต่ถ้าอยู่บริเวณชายแดนเมียนมาได้ก็ให้อยู่ตรงนั้นก่อน หากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็ต้องดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนไปก่อน และจะมีองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาช่วยดู


ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดอื่นที่มีชายแดนติดกับเมียนมาเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปแล้วให้กองกำลังตามแนวชายแดนดูแลอยู่


และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประเทศไทยยังดูแลผู้อพยพเหล่านี้ได้ หรือจะต้องประสานงานให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยดูแลหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในขั้นต้น เราต้องดูแลตัวเองก่อน จากนั้นดูสถานการณ์ในวันข้างหน้าว่าจะต้องประสานหน่วยงานอื่นหรือไม่


และเมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) สำนักงานเลขานุการ กองทัพบก เผยแพร่ข้อมูลอัพเดทการช่วยเหลือ ผู้อพยพชาวเมียนมาเข้าไทย โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3606 ฐานปฏิบัติการแม่สามแลบ วันที่ 30 มีนาคม 2564 โดยได้ให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สู้รบในเมีย นมา จำนวน 7 คน โดยมีรถพยาบาลของ ร.พ.สบเมยฯจำนวน 6 คัน มารอรับและส่งไปรักษาพยาบาล ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สบเมย 5 คน รพ.แม่สะเรียง 1 คน และ รพ.ศรีสังวาลย์ 1 คน


ทางด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการเผยเตรียมประชุมอาเซียนถกสถานการณ์เมียนมา หวังคลี่คลายโดยเร็ว


ข่าวยอดนิยม