ต่างประเทศ

เมียนมาเดือด ยิงหัวพยาบาลดับ ขณะทำแผลให้ผู้ประท้วง - หมื่นชีวิตอพยพทะลักไทย

30 มี.ค. 2564

15 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

สถานการณ์ในเมียนมายังมีความรุนแรงและนองเลือดอย่างต่อเนื่อง มีการใช้กำลังกับประชาชนของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเพื่อปราบปรามไม่ให้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีประชาชนบางส่วนได้อพยพหนีสงคราม ขณะที่ประชาชนในตัวเมืองยังต่อสู้อย่างต่อเนื่อง


และเมื่อวานนี้ (29 มี.ค.64) มีรายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธยิงพยาบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายในโรงพยาบาลที่แผนกผู้ป่วยโรคหัวใจจนเสียชีวิต ขณะที่กำลังรักษาหนึ่งในผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บ และมีการเข้าไปบุกกราดยิงประชาชนภายในงานศพของนักศึกษาหญิงรายหนึ่งที่เสียชีวิตจากเหตุชุมนุมที่เกิดขึ้น


ทางด้านคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ได้ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่รัฐหยุดขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์


ทางด้านกะเหรี่ยงเคเอ็นยู โดยช่วงเย็นวันที่ 28 มี.ค. พลโทโกโก้หม่อง แม่ทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ ส่งกำลังทางอากาศ เครื่องบินรบจำนวน 2 ลำ บินโจมตีทิ้งระเบิดลงหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง อย่างน้อย 2 แห่ง คือ บ้านตะดาเดอ และบ้านหลู่ซอโข่ เขตพื้นที่กองพล 5 จ.มือตรอ (ผาอัน) รัฐกะเหรี่ยง ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายและประชาชนเสียชีวิตอีก 5 ราย บาดเจ็บนับ 10 ราย ราษฎร์ชาวกระเหรี่ยง ชายหญิงเด็กเล็ก โดยเฉพาะคนชรา ต้องหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่าแล้วว่าจ้างเรือหางยาว เรือบรรทุกวัวควาย ลงน้ำวสาละวินหลบหนีมุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย มาอาศัยตามช่องเขาหิน ใกล้กับแหล่งน้ำตลอดแนวชายแดน


นอกจากนี้ การรายงานล่าสุดของทางการไทย พบว่า ผู้อพยพจะเข้ามา 2 จุดคือ ที่อำเภอแม่สะเรียง มีจำนวนผู้อพยพประมาณ 2,194 ราย และอำเภอสบเมย โดยมีจำนวนผู้อพยพประมาณ 4,000 ราย โดยรวมกันแล้วอาจจะมีชาวกะเหรี่ยงอพยพมาจำนวน 10,000 ราย


ภายหลังมีการอัดคลิปวิดีโอจากผู้อพยพเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า ขณะที่ได้ข้ามแม่น้ำเพื่ออพยพมาฝั่งไทย พบว่าทางทหารไทยได้ทำการล้อมรั้วหนาม เหมือนกดดันให้พวกตนกลับไปที่ฝั่งเมียนมาที่กำลังมีการต่อสู้กันอยู่ พร้อมกับเผยคลิปวิดีโอที่มีรั้วลวดหนามล้อมตามชายแดน


ซึ่งทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮองสอนได้ออกมาปฏิเสธ บอกว่าผู้อพยพไม่ได้ถูกกดดันให้กลับประเทศ แต่พวกตนได้ตั้งจุดรองรับไว้ที่ริมชายแดนอำเภอแม่สะเรียงและอำเภอสบเมยตามที่รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ข่าวยอดนิยม