ต่างประเทศ

เมียนมานองเลือด ทหารยิงไม่เลือกหน้า วันเดียวดับทะลุ 100 'มิสแกรนด์เมียนมา' หลั่งน้ำตา เรียกร้องประชาธิปไตย

28 มี.ค. 2564

6K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ทั่วโลกต่างจับตาสถานการณ์เมียนมา หลังจากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงต่อต้านรัฐประหารมากกว่า 100 คน ในวันเดียว เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.) นับว่าเป็นหนึ่งในวันที่นองเลือดที่สุด นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่นานาชาติต่างประณามการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ประท้วง ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 400 คน


จากรายงานของสื่อท้องถิ่น Myanmar Now ระบุว่า กองกำลังความมั่นคงเมียนมา ยังคงเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้เพียงวันเดียว มีพลเรือนถูกสังหาร อย่างน้อย 114 คน ใน 44 เมืองทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ อยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ 29 คน, นครย่างกุ้ง 24 คน โดยเฉพาะที่เมืองมัณฑะเลย์ มีรายงานเด็กชาย 5 ขวบ และเด็กหญิง วัย 13 ปี เสียชีวิต


โดยเด็กหญิง วัย 13 ปี เธอถูกยิงภายในบ้านของเธอ หลังจากที่กองกำลังรักษาความมั่นคงเมียนมา เปิดฉากยิงในย่านที่พักอาศัย ในเขตเมะทีลา (Meikhtila) ในเมืองมัณฑะเลย์ นับเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เยาว์ 20 คน ที่เสียชีวิต นับตั้งแต่เริ่มมีการประท้วงอย่างสงบทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในเขตพะโค ใกล้กับนครย่างกุ้ง มีเด็กเล็กวัยเพียง 1 ขวบ ถูกกระสุนยางยิงที่ดวงตาด้วย นับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดของการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีขึ้นในวันเดียวกับที่เมียนมาจัดพิธีสวนสนามเพื่อฉลองวันครบรอบ 76 ปี วันกองทัพเมียนมา ที่กรุงเนปิดอร์ เมื่อวานนี้ โดยมีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงไทย เข้าร่วมในพิธี


ในระหว่างพิธีสวนสนาม พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารเมียนมา ได้ให้คำมั่นว่า กองทัพเมียนมาจะปกป้องประชาชน และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ MRTV ซึ่งเป็นสื่อทางการเมียนมา มีการออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ เตือนผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว อาจต้องเสี่ยงกับการถูกยิงที่ศีรษะหรือหลัง


จากรายงานล่าสุดของ สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง หรือ AAPP ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ประท้วงในเมียนมาขณะนี้ มีอย่างน้อย 328 คน แต่จากเหตุนองเลือดเมื่อวานนี้ ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุกว่า 400 คน


ดอกเตอร์ซาซ่า ตัวแทนของคณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐประหารเมียนมา ระบุว่า เหตุนองเลือดที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นวันที่น่าละอายที่สุดของกองทัพเมียนมา และเรียกร้องให้นานาชาติเข้าช่วยเหลือ ก่อนที่จะสายเกินไป


ด้านโฆษกกองทัพเมียนมา ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตอบคำถามใด ๆ กับสื่อ เกี่ยวกับเหตุนองเลือดที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติ


ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมา ไม่อาจนิ่งเฉย ออกแถลงผ่านทางเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประณามกองกำลังรักษาความมั่นคงเมียนมา ที่ใช้ความรุนแรง เข่นฆ่าพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ รวมถึงเด็ก พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงโดยทันที และส่งคืนให้รัฐบาลที่มาจากระบบประชาธิปไตย เช่นเดียวกับตัวแทนสหภาพยุโรป ประจำเมียนมา และสถานทูตอังกฤษ ประจำเมียนมา ได้ออกมาประณามและเรียกร้องให้เมียนมา ยุติการใช้ความรุนแรงในประเทศเช่นกัน


ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชิต โบเยียน นักฟุตบอลเมียนมา ชุด ยู-21 กัปตันทีมหงสาวดี ยูไนเต็ด ถูกทหารยิงด้วยอาวุธสงครามจนเสียชีวิต ขณะช่วยงานในร้านอาหารของครอบครัวที่ย่างกุ้ง


นอกจากนี้ ในการประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2020 รอบตัดสิน เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่โชว์ ดีซี ฮอลล์ ได้มีการเชิญ ฮาน เลย์ มิสแกรนด์เมียนมา ออกมากล่าวสุนทรพจน์ แสดงเจตนารมณ์ ตามคอนเซ็ปต์เวทีมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล คือยุติสงครามและความรุนแรง (STOP THE WAR & VIOLENCE)


โดย ฮาน เลย์ มิสแกรนด์เมียนมา ขอให้ความสงบจงเกิดขึ้นในเมียนมาอีกครั้ง กล่าวทั้งน้ำตาว่ามีผู้คนมากมายเสียชีวิตบนท้องถนน พวกเขาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่ง ณ วันที่เธอพูด วันเดียวมีผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน เธอเรียกร้องให้รัฐบาลทหารต้องหยุดการกระทำรุนแรงต่อประชาชน ขอให้นานาประเทศทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาชีวิตของชาวเมียนมา ก่อนที่เธอจะร้องเพลง Heal the World ของไมเคิล แจ็กสัน เรียกร้องสันติคืนสู่เมียนมา



ข่าวยอดนิยม