การเมือง

ศาลแพ่งยกคำร้อง 'นักข่าวประชาไท' ฟ้อง สตช.-ผบ.ตร. ละเมิดใช้กำลังสลายม็อบ

25 มี.ค. 2564

264 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมทีมงาน เดินทางมายัง ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก เป็นผู้รับมอบอำนาจจาก นายศรายุทธ ตั้งประเสริฐ หรือ กุ้ย ผู้สื่อข่าวประชาไท เป็นโจทก์ฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1-2 พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ขอไม่ให้ตำรวจใช้กำลังกับนักข่าวภาคสนามที่ปฏิบัติหน้าที่ ในการรายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ และร้องขอไม่ให้มีการใช้กำลังกับมวลชน ที่จะมีการชุมนุมในช่วงเย็นวันนี้ รวมถึงการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


โดยศาลเเพ่ง รัชดาภิเษก มีคำสั่งเวลา 18.50 น. ว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมีคำขอท้ายฟ้องดังนี้


(1) ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสองและเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดของจำเลยที่ 1 ดำเนินการปิดกั้นทางสัญจรหรือสถานที่ต่างๆ ด้วยการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ลวดหีบเพลงรถยนต์รั้วเหล็กหรือวัสดุเครื่องมืออื่นใดในทำนองเดียวกันในสถานที่ที่จะมีการชุมนุมสาธารณะและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงทุกครั้งที่มีการชุมนุม


(2) ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสองและเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการสลายการชุมนุมห้ามใช้แก๊สน้ำตาหรือสารเคมีห้ามฉีดน้ำและใช้กระสุนยางในการควบคุมผู้ชุมนุมห้ามข่มขู่คุกคามและใช้ความรุนแรงกับโจทก์และสื่อมวลชนอื่นห้าม จำกัด พื้นที่หรือกีดกันโจทก์และสื่อมวลชนอื่นออกจากพื้นที่ที่สื่อมวลชนกำลังปฏิบัติหน้าที่ตลอดจนห้าม จำกัด เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชนหรือเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้ทุกครั้งที่มีการชุมนุมและ


(3) ให้จำเลยทั้งสองตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายทั้งระดับผู้บังคับบัญชาที่ทำหน้าที่สั่งการและในระดับปฏิบัติเพื่อลงโทษทางวินัยและห้ามมิให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ใช้ความรุนแรงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนอีกจนกว่าจะได้รับการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อป้องกันมิให้มีการคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลชนรวมทั้งก่ออันตรายแก่เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน


พิเคราะห์แล้วสำหรับคำขอท้ายฟ้องข้อ 1 เเละ 2 เห็นว่าแม้โจทก์ฟ้องคดีโดยบรรยายฟ้องถึงเหตุการณ์การชุมนุมสาธารณะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 64 ก็ตาม แต่คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งข้อ1,2 กลับเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองและเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดของจำเลยที่ 1 กระทำการหรือไม่กระทำการใด ๆ ในเหตุการณ์การชุมนุมสาธารณะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทุกครั้งที่จะมีการชุมนุมซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์กับที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงการชุมนุมสาธารณะเมื่อวันที่ 20 มี.ค.64


กรณีจึงเป็นการขอให้บังคับเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตทั้งสิ้น ศาลจึงไม่อาจบังคับตามคำขอท้ายฟ้องทั้งสองข้อนี้ได้


สำหรับคำขอท้ายฟ้องข้อ (3) เห็นว่าการตั้งกรรมสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อลงโทษทางวินัยและห้ามมิให้ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมเป็นกระบวนการทางวินัยซึ่งเป็นอำนาจบริหารงานบุคคลภายในหน้าที่ของจำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย


ศาลจึงยังไม่อาจมีคำพิพากษาหรือคำสั่งบังคับให้จำเลยทั้งสองตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ข้อ(3) พิพากษายกฟ้อง โดย น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าหลังจากนี้จะไปปรึกษากับโจทก์เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนคดีอาญาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไปอีกหรือไม่


ขณะเดียว ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวคดีละเมิดอำนาจระหว่างรอพิจารณาอุทธรณ์ (คดีละเมิดอำนาจศาล ศาลอาญามีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมาลงโทษให้กักขังเป็นเวลา 15 วัน)


อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลอาญาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวมาแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง




รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Q_P-bOL9SOI

ข่าวยอดนิยม