การเมือง

ไล่เรียง #ม็อบ24มีนา ร่ายยาวความผิดประยุทธ์ 19 ข้อ - 'ครูใหญ่-มายด์' สั่งลา เตรียมขึ้นศาลคดี ม.112 วันนี้

25 มี.ค. 2564

177 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

#ม็อบ24มีนา ตั้งเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.64) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ก่อนจะยุติในเวลา 21.00 น. การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ แกนนำย้ำจุดยืน 3 ข้อเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก, รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ รวมถึงปล่อยเพื่อนเรา มีการอ่านรายชื่อ 21 คนที่อยู่ในเรือนจำ พร้อมเรียกร้องขอสิทธิประกันตัว


โดยเวลา 17.00 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดมวลชนไปชุมนุม ที่แยกราชประสงค์โดยมีการตั้งเวทีสำหรับปราศรัยของแกนนำตัวหลัก ๆ คือ มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล กลุ่ม ROOT, เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ กลุ่มขอนแก่นพอกันที ซึ่งทั้ง 3 คน เป็น 3 จาก 13 คน ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากการไปชุมนุมและอ่านแถลงการณ์หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ต.ค.63


โดย 15.00 น. ก่อนถึงเวลานัดหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการเตรียม ความพร้อมในการดูแลความเรียบร้อย จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) รวมทั้ง เตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูง, รถควบคุมผู้ต้องหา, รถเครื่องขยายเสียงและรถดับเพลิงไว้รองรับสถานการณ์


ต่อมา 16.15 น. เริ่มมีมวลชนบางส่วน และร้านค้ามาจับจองพื้นที่ ส่วนใหญ่ผู้ชุมนุมปักหลักกันอยู่ฝั่งด้านห้างเซ็นทรัลเวิลด์ขณะที่การดูแลความปลอดภัย มีกำลังตำรวจกระจายอยู่รอบพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้ปิดพื้นที่บนสกายวอล์ก จุดมุ่งหน้ามายังเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปอยู่ด้านบน


เวลา 16.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมลงถนนราชดำริฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับถือธงสีขาวมีสัญลักษณ์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ จับจองพื้นที่นั่งรอฟังปราศรัย บางคนชูภาพของแกนนำที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา พร้อมทั้งถือป้ายข้อความต่าง ๆ เช่น ยกเลิก ม.112, ทุกคนมีสิทธิ์มีหัวใจ, ประเทศนี้เป็นของราษฎร, วันนี้ เรามาแสดงพลังของเรา, ปล่อยเพื่อนเรา ฯลฯ


ขณะที่ พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี เข้ามาแจ้งห้ามจัดการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งทางผู้จัดชุมนุมไม่ได้ขออนุญาตและยืนยันจะจัดชุมนุมต่อไป ก่อนจะส่งเสียงโห่ไล่เจ้าหน้าที่ให้ถอยร่นกลับไป


เวลา 17.25 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย ขึ้นรถปราศรัยกล่าวว่า “เราไม่ได้แผ่ว เราแค่พัก เรายังต้องเกาะเกี่ยวกัน ยึดมั่นอุดมการณ์ต่อสู้ เขาพยายามจับเพื่อนเราทีละคน และจองจำเพื่อนเราหลายคน เราจะทำให้เห็นวันนี้ว่าพลังของประชาชนกลับมาแล้ว เราจะยืนหยัดต่อสู้สันติวิธี ขอให้เราฟังกันและกัน”


ต่อมา 17.37 น. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ปราศรัยประเด็น “ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า” ช่วงหนึ่งระบุว่า การใช้มาตรา 112 ที่สร้างความกระอักกระอ่วนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอัยการ ซึ่งความจริงต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ หลักการพื้นฐาน คนไม่เรียนกฎหมายก็ทราบปัญหาคือการไม่กล้าสั่งไปตามกฎหมาย, ม.112 ไม่ใช่เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย


จากนั้นอ่านรายชื่อผู้ที่อยู่ในเรือนจำ รวม 21 คน พร้อมระบุว่ายังมีญาติ พ่อ แม่ พี่ น้องของพวกเขา ที่พยายามให้เขาได้รับสิทธิประกันตัว วันนี้ (25 มี.ค.) ยังมีเพื่อนเราอีก 12 คน จะไปรายงานตัวตามหมายเรียกจากการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี


เวลา 18.00 น. มวลชนยื่นเคารพธงชาติพร้อมกับชูสามนิ้ว โดยมวลชนร่วมกันชูป้ายแกนนำราษฎร ที่ถูกคุมขังในเรือนจำตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา” เพื่อแสดงสัญลักษณ์ ตะโกน “ประยุทธ์ออกไป ๆ ศักดินาจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ มีการแจกพัดให้ผู้ชุมนุม ระบุข้อความ “ยกเลิก 112”


จากนั้นนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์ แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ขึ้นปราศรัยถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมของกลุ่ม REDEM ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่าวันนั้นมีตำรวจระดับนายพล ขึ้นรถจีโน่พูดเสียงดัง ข่มพี่น้องว่าให้สื่อได้ยินว่า ‘ผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรง’ อย่าเข้ามาเขตพระราชฐาน ทั้งที่อยู่แค่ท้องสนามหลวง ตำรวจบอกอย่าเข้ามา พี่น้องไม่ได้เข้าไปทางนั้น ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนยางใส่ แบบนี้ใครใช้ความรุนแรง ฝากถึงพวกโลกสวยที่บอกพวกเราใช้ความรุนแรง ขอเปลี่ยนชื่อแยกราชประสงค์ เป็นแยกราษฎรประสงค์ พร้อมย้ำต่อไปนี้ต้องไม่มีใครถูกคุมขังเพราะพูดความจริง


จากนั้น18.30 น. เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ปราศรัยอ่านจดหมายจาก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ระบุว่า “การต่อสู้ของประชาชนไม่มีคำว่าแพ้ เหลือแต่ชัยชนะที่อยู่ข้างหน้าที่ต้องเดินไปให้ถึง ขอให้ทุกคนตั้งตารอเป้าหมาย ไม่หลงเลือนอุดมการณ์และจับมือฝ่าฝืนในวันของเราเป็นจริง ผมยังต่อสู้คู่ขนานกับพี่น้องข้างนอก เมื่อถึงวันนั้น ประเทศไทยไม่มีปรสิตสูบเลือดประชาชน ไม่มีรัฐประหาร ไม่มีกฎหมายปิดปากประชาชนเราจะฉลองชัยชนะไปด้วยกัน”


ต่อมา 19.00 น. ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ กลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวปราศรัย สาธยายความผิดของประยุทธ์ 19 ข้อ ทั้งเรื่องทำรัฐประหาร เผด็จการรวมศูนย์ เขียนรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ คุกคามประชาชน ล้มเหลวแก้ปัญหาโควิด สนับสนุนเผด็จทหารการพม่า ผักชีโรยหน้า ไม่มีอะไรเป็นประชาธิปไตย ดองสมองนักเรียน หนุนแต่นายทุนและทหาร คิดแต่กู้ พร้อมประกาศลั่นไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เสรีภาพจะถูกจำกัดในเรือนจำ หรือออกมาโลดแล่น บอกได้คำเดียว คุ้มแล้วที่ได้สละ ขอให้พี่น้องสู้ไปด้วยกัน


จากนั้น 20.00 น. ชุมนุมชูป้ายข้อความพร้อมใจเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ พร้อมเปิดเพลงสหาย ของจิ้น กรรมาชน จากนั้นผู้ชุมนุมพากันตะโกนพร้อมเพรียงกันว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” แกนนำประกาศ “แฟลชม็อบ” กลับมาแล้ว จากนี้จะเกิดขึ้นทุกที่จนกว่าข้อเรียกร้องจะสำเร็จ


เวลา 20.25 น. มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ขึ้นปราศรัยว่า มีเรื่องสำคัญที่ต้องการสื่อสาร ไปถึงคนทุกหมู่เหล่า อยากส่งสารสำคัญนี้ให้ได้ตรงถึงทุกคนให้ได้มากที่สุด เสมือนเป็นการพูดครั้งสุดท้าย เราไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ไม่มั่นใจว่าศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ แต่ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นและศรัทธาเข้าไว้ และรับฟังสารจากหนู


จากนั้น น.ส.ภัสราวลี ฝากข้อความ ขอให้ปรับปรุงใน 3 ข้อ คือ 1.การทหาร 2.การเมือง 3.เศรษฐกิจ โดยมีการไต่ตรองอีกครั้ง ก่อนอ่านบทกลอนฝากถึงประชาชน พร้อมกล่าวว่า ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในอำนาจของตัวเองเข้าไว้ ประเทศนี้เป็นของประชาชน


ปิดท้ายการปราศรัยช่วง 20.55 น. เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขึ้น เวทีอ่านแถลงการณ์กลุ่มแนวร่วมฯ ย้ำจุดยืน 3 ข้อเรียกร้องเดิมคือ นายกรัฐมนตรี ต้องลาออก รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชน และปฏิรูปสถาบัน ขอให้มวลชนยืดหยัดในการต่อสู้แม้ จะมีหรือไม่มีแกนนำ เพื่อเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม แม้จะถูกผู้มีอำนาจ ใช้กฎหมายมาดำเนินคดี ซึ่งเป็นความมืดมิดของประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ทำให้การต่อสู้จะจบ แต่ยังดำเนินต่อไป


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/h8afHT9JBCY



ข่าวยอดนิยม