ประชาสัมพันธ์

กรมการจัดหางาน ชูมาตรา 35 ทางเลือกใหม่เพิ่มศักยภาพการจ้างงานผู้พิการ เพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับนายจ้าง

24 มี.ค. 2564

174 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews



กรมจัดหางานโดยกระทรวงแรงงานมีแนวทางการขับเคลื่อนสังคมคนพิการ ให้มีโอกาสได้ใช้ความสามารถหารายได้และพึ่งพาตนเอง ลดภาระของครอบครัวและสังคม เป็นการดำเนินการตาม พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งมีการระบุไว้ว่า


“ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทางานตาม มาตรา 33 หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะ ส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงาน หรือให้การช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือ ผู้ดูแลคนพิการแทนก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกาหนดในระเบียบ”




ไม่เพียงเท่านี้ กรมการจัดหางาน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานคนพิการ ได้เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่าย ระหว่างคนพิการที่ต้องการหางานทำ และนายจ้างหรือหน่วยงานของรัฐที่ต้องการหาคนพิการเข้าทางานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ



สถานประกอบการอีกหนึ่งกำลังช่วยขับเคลื่อนส่งเสริมผู้พิการ


เรามาดูกันว่า ภายใต้มาตรา 35 นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการต้องมีการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้พิการอย่างไรบ้าง




1.การให้สัมปทาน คือ การให้สิทธิแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินในการประกอบอาชีพ


2.การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ คือ การจัดสถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอก กรณีเป็นพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ ผู้พิการจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ


3.การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ คือ การจ้างเหมาช่วงงาน เช่น สถานประกอบการจ้างคนพิการจัดทำของที่ระลึก 3,000 ชุด ภายในระยะเวลา 1 ปี ค่าจ้าง 100,000 บาท เป็นต้น


4.การฝึกงาน คือ การเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ หรือการถ่ายทอดวิทยาการหรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้


5.การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพได้บนพื้นฐานของความต้องการพิเศษของคนพิการแต่ละประเภท เช่น ทางลาด ที่จอดรถ ลิฟท์ เคาน์เตอร์สำหรับบริการคนพิการ เป็นต้น


6.การจัดให้มีบริการล่ามภาษามือ เป็นจ้างบุคคลซึ่งจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้บริการแก่คนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย


7.การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ นายจ้างอาจมีการสนับสนุนด้านการเงิน วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการซื้อสินค้าจากคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการโดยตรง





สถานประกอบการสร้างสุข สังคมน่าดู โอบเอื้อคนพิการให้ยิ้มได้


เพื่อเป็นการทำให้ผู้ที่สนใจข้อมูลข้างต้นได้เห็นภาพมากขึ้น เราขอยกตัวอย่างการใช้มาตรา 35 ของนายจ้างมาให้ได้ชมกัน โดยแต่ละองค์กรใช้หลักการในการส่งเสริมงานคนพิการที่น่าสนใจอยู่ 3 อย่าง




1. Happy Relax ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Central Group ชูสโลแกน พนักงาน HAPPY คนพิการ HAPPY มีการจ้างคนพิการมานวดผ่อนคลายให้กับพนักงานครั้งละ 20 นาที ทำให้คนพิการทำเงินได้ถึง 109,500 ต่อคน ต่อปี


2.Happy Family เป็นการสนับสนุนทุนการประกอบอาชีพพนักงานที่คนในครอบครัวเป็นคนพิการ อย่างเช่นกรณีของคุณดวงเดือน หิรัญรักษ์ พนักงานฝ่ายบัญชี บริษัท Asia Precision มีลูกชายพิการและได้รับทุนจากบริษัทไปปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขายเป็นรายได้เสริม


3.Happy Society เอื้อเฟื้อสถานที่ตั้ง ‘ตู้ชื่อใจ’ ซึ่งเป็นตู้เติมเงินหนึ่งในเครื่องมือเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จากบริษัท MITR PHOL GROUP ที่ทุกครั้งที่พนักงานมีการใช้งานตู้ชื่นใจจะมอบ 5% เป็นเงินช่วยปรับปรุงบ้านให้คนพิการรุนแรง



ผู้พิการ และ นายจ้าง จะยื่นเรื่องเพื่อใช้สิทธิตามมาตร 35 ได้อย่างไร ?


เพิ่มความสะดวกสบายมายิ่งขึ้น ทั้งผู้รับสิทธิ์ (ผู้พิการ) และ ผู้ให้สิทธิ์ (นายจ้าง) สามารถทำรายการผ่านระบบออนไลน์ในระบบการให้สิทธิและการรับสิทธิตามมาตรา 35 ผ่านทางเว็บไซต์ https://datacenter.doe.go.th ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


ผู้รับสิทธิ์หรือผู้พิการ


1.สามารถยื่นเรื่องโดยกรอกแบบคำขอผ่านเมนู "ข้อมูลการรับสิทธิ ม.35" ในระบบการให้สิทธิและการรับสิทธิตามมาตรา 35 ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี สิทธิ์จะสามารถรับได้ในปีถัดไป




2.ผู้รับสิทธิ์สามารถค้นหาบริษัทที่ให้สิทธิคนพิการ ได้จากเมนู "ค้นหาข้อมูลผู้ให้สิทธิ" เพื่อเลือกรับสิทธิ์ที่ทางบริษัทหรือผู้ประกอบการเปิดรับ




ผู้ให้สิทธิ์หรือสถานประกอบการ/นายจ้าง


1.สามารถบันทึกแบบคำขอให้สิทธิ ผ่านเมนู "ข้อมูลการขอให้สิทธิตามม. 35" ในระบบการให้สิทธิและการรับสิทธิตามมาตรา 35 ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี สิทธิ์จะสามารถรับได้ในปีถัดไปเช่นเดียวกับผู้รับสิทธิ์




2.เมื่อเลือกผู้รับสิทธิได้แล้ว ทำการบันทึกผ่านเมนู "การเลือกผู้รับสิทธิ"




3.เมื่อกรมการจัดหางานอนุมัติการเลือกผู้รับสิทธิแล้ว ให้มาบันทึกข้อมูลสัญญา ผ่านเมนู "การทำสัญญา" ระบบจะทำการบันทึกและส่งต่อให้กับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ




อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ให้สิทธิ และผู้รับสิทธิมีข้อตกลงร่วมกัน กรมการจัดหางานจะพิจารณาหารให้สิทธิดังกล่าวหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายและระเบียบกำหนด ระบบจะแจ้งผลยืนยันการให้สิทธิและรับสิทธิ แก่ทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป


ข่าวยอดนิยม