ประชาสัมพันธ์

GC ซื้อหุ้นวีนิไทย ด้วยการเพิกถอนหุ้นของวีนิไทยออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสริมแกร่งเคมีภัณฑ์ปลายน้ำ มุ่งขยายสู่ CLMV

19 มี.ค. 2564

90 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

GC ซื้อหุ้นวีนิไทย ด้วยการเพิกถอนหุ้นของวีนิไทยออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสริมแกร่งเคมีภัณฑ์ปลายน้ำ มุ่งขยายสู่ CLMV


วันที่ 19 มีนาคม 2564 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเข้าซื้อหุ้นของวีนิไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในส่วนของเคมีภัณฑ์ปลายน้ำซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมของไทย พร้อมรุกคืบขยายตลาดสู่ CLMV ซึ่งได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม


ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ นัดพิเศษ วันที่ 18 มีนาคม 2564 มีมติอนุมัติให้ GC เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) หรือ VNT ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิกถอนหุ้นของวีนิไทยออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Delisting Tender Offer: DTO) จากผู้ถือหุ้นทุกรายในราคาเสนอซื้อต่อหุ้นไม่เกิน 39 บาท ซึ่งอาจมีการปรับราคาตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 โดย AGC Inc. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ VNT ได้แสดงเจตนาที่จะไม่ขายหุ้นสามัญใน VNT ที่ AGC Inc. ถืออยู่โดยตรงทั้งหมด VNT จะยังคงเป็นธุรกิจหลักและบริษัทลูกของ AGC หลังจากการเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


ทั้งนี้ หาก VNT สามารถดำเนินการเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สำเร็จ GC และ AGC Inc. มีแผนที่จะสนับสนุนการควบบริษัทระหว่าง VNT และ บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด (“AGC-TH”) โดยก่อนที่การควบรวมจะแล้วเสร็จ AGC-TH จะปรับโครงสร้าง โดยจะรวมธุรกิจของ AGC Inc. ในประเทศเวียดนามมาอยู่ภายใต้ AGC-TH ก่อนควบรวมกับ VNT เป็นบริษัทแห่งใหม่ (“NewCo”) ทั้งนี้เป็นการร่วมมือในการสร้างความแข็งแกร่ง (Synergy) ให้กับ VNT และบริษัทย่อยอื่น ๆ ของ AGC เพื่อเป็นผู้ดำเนินธุรกิจ PVC และ Chlor-Alkali แบบครบวงจรในประเทศไทยและเวียดนาม โดยภายหลังการควบรวมบริษัทแห่งใหม่ (“NewCo”) จะมีการใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Cost Effective) และมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ในกำลังการผลิตที่สำคัญ ได้แก่


ผลิตพลาสติกพีวีซี (PVC) 450,000 ตันต่อปี ผลิตภัณฑ์คลอร์-อัลคาไล หรือโซดาไฟ (Chlor-Alkali) 720,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์อีพิคลอโรไฮดรินฐานชีวภาพ (Epichlorohydrin: ECH) 120,000 ตันต่อปี โดยเมื่อการควบรวมบริษัทแล้วเสร็จ บริษัทฯ อาจพิจารณาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทใหม่ ตามจำนวนและราคาของหุ้นเพิ่มทุนที่ บริษัทฯ จะได้พิจารณาต่อไป


การลงทุนในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อการเติบโต พร้อมขยายฐาน สร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำ ของ GC และพร้อมต่อยอดไปสู่ธุรกิจในส่วนของผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์คลอร์-อัลคาไล หรือโซดาไฟ (Chlor-Alkali) และธุรกิจ PVC ซึ่งมีอัตราการเติบโตในระดับที่สูง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสายโอเลฟินส์ให้กับ GC



เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ :


ผงพลาสติกพีวีซี (PVC)

ใช้เป็นวัตถุดิบในหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ อาคารและสิ่งก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ การดูแลสุขภาพ


ผลิตภัณฑ์คลอร์-อัลคาไล หรือโซดาไฟ (Chlor-Alkali)

ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเคมีภัณฑ์หลายประเภท อาทิ ใช้เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อในระบบน้ำและระบายน้ำทิ้ง และยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ และเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการดำรงชีวิตของเรา เช่น เป็นผลิตภัณฑ์ยาต่าง ๆ อาทิ น้ำยาล้างไตเทียม วัตถุเจือปนอาหาร เช่น สารที่ทำให้ขึ้นฟู และวัตถุดิบสารเติมแต่งในผลิตภัณฑ์อาบน้ำ


อีพิคลอโรไฮดริน หรือ ECH (Epichlorohydrin: ECH)

อีพิคลอโรไฮดรินฐานชีวภาพ ผลิตด้วยเทคโนโลยีซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร และวัตถุดิบหลัก ที่ใช้ในการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่คือกลีเซอรีนซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทดแทนการใช้ปิโตรเคมี (โพรพิลีน) ในเทคโนโลยีการผลิตเดิม กลีเซอรีนนั้นเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากการแปรรูปน้ำมันพืช อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบที่สามารถผลิตขึ้นทดแทนได้ใหม่ (Renewable) ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ผู้ใช้ปลายน้ำสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมหรือเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน



เกี่ยวกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC


บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 เพื่อก้าวขึ้นเป็นแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่มปตท. บริษัทฯ มีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์รวมประมาณ 11.65 ล้านตันต่อปี และกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน โดยจัดแบ่งธุรกิจหลักเป็น 8 กลุ่ม ประกอบด้วย


กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เอทิลีนออกไซด์ กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ฟีนอล และกลุ่มธุรกิจ Performance Materials & Chemicals นับเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งขนาดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ในปี 2019 และ 2020 รายละเอียดเพิ่มเติม www.pttgcgroup.com


ข่าวยอดนิยม