อาชญากรรม

พยานหลักฐานชี้ 'แม้ว' ทำคนเดียว บีบคอพลั้งมือฆ่าสาว 19 กลัวความผิด นำศพเผานั่งยาง

11 มี.ค. 2564

235 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

พิษณุโลก-จากกรณี น.ส จุฬารัตน์ กองแก้ว หรือ น้องปอ อายุ 19 ปี หญิงสาวที่ถูกแฟนหนุ่ม คือ นายแม้ว อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวังทอง ลงมือฆ่าบีบคอแล้วนำร่างใส่รถกระบะไปฆ่าเผานั่งยางภายในป่าสวนยางพารากลางป่าลึก


ล่าสุดบรรยากาศทางครอบครัวผู้ตาย นายบรรดิษฐ กุนนะ อายุ 52 ปี คุณพ่อของน้องปอ ได้จุดธูปบอกกล่าวถึงดวงวิญญาณของลูกสาวให้รับรู้ ว่าวันนี้ทางพ่อและแม่น้ำนำเถ้ากระดูกมาที่บ้านแล้ว และให้ไปสู่สุคติไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ ถึงแม้ว่าในใจจะเจ็บปวดเนื่องจากลูกสาวสุดที่รักถูกแฟนหนุ่มฆ่าเผานั่งยางอย่างโหดเหี้ยม จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดและให้ได้รับโทษประหารชีวิต และคลี่คลายว่ามีใครร่วมนำร่างน้องปอไปเผานั่งยางด้วยหรือไม่ เพราะจากสภาพเส้นทางไม่น่าจะสามารถทำคนเดียวได้


ส่วนทางครอบครัวของฝั่งนายแม้ว ผู้ต้องหายังไม่ได้มาร่วมพิธี หรือติดต่อมาแต่อย่างใด และยังไม่มีการพูดคุยกัน โดยจะตั้งสวดพระอภิธรรมศพ จำนวน 2 คืน และจะนำกระดูกของน้องปอไปทำพิธีฌาปนกิจศพที่วัดป่าอารัญญาวาส


ด้านความคืบหน้าของคดี ตำรวจ สภ.แก่งโสภา ได้ดำเนินการสอบสวนพยานบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทั้งพ่อแม่ญาติ หรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดเส้นทางให้ตำรวจสืบสวน ออกสืบสวนหาข่าว ในเส้นทางที่ผู้ต้องหาให้การเป็นไปตามที่ให้การหรือไม่ จนถึงจุดที่ศพ ศพเป็นไปตามที่เสนอข่าวไปแล้ว โครงกระดูก มือถือ อุปกรณ์ ดีเอ็นเอ ชัดเจน


โดยเฉพาะก่อนเกิดเหตุ มีคนพบเห็นว่าผู้ต้องหาอยู่กับคนตาย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้รวบรวมได้ครบ มีอะไรเพิ่มเติมต้องรอผลยืนยันอีกครั้งหนึ่ง รายละเอียดสาเหตุการตาย ร่องรอยที่รถที่ยึดได้ ร่องรอยที่เกิดเหตุ ได้ดำเนินการมีความคืบหน้ามาก ส่วนหนึ่งผู้ต้องหามามอบตัวด้วย กับ จนท.ตำรวจ ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ชัดเจน


ผู้ต้องหารับสารภาพ เพราะกลัวความผิด จึงนำคนตายไปเผา เพื่อซ่อนเร้นปิดบัง เบื้องต้นคาดว่าด้วยความเป็นเด็ก กลัวความผิด อารมณ์ชั่ววูบ ความหึงหวงทะเลาะกันเลยพลั้งมือ พยานหลักฐานยังพบว่ากระทำการเพียงคนเดียว ยังไม่พบว่ามีผู้อื่นร่วมด้วย แต่ทางการสืบสวนทางตำรวจก็ไม่ทิ้งประเด็นผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ จากการตรวจสอบความผิดอื่นไม่มี มีเพียงประเด็นเดียวเป็นเรื่องความหึงหวง ทะเลาะเกรงว่าผู้หญิงตีตัวออกห่าง


มูลเหตุที่นายแม้ว ผู้ต้องหา มามอบตัวและรับสารภาพ เชื่อว่าน่าจะเป็นความกดดันจากทางญาติผู้ตายเอง ด้วยพยานหลักฐานหลังจากญาติฝ่ายหญิงแจ้งความลูกสาวหายไป ประกอบกับช่วงก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาอยู่กับผู้ต้องหา ในการสอบสวนทำให้เค้าไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้ตายไปไหน อย่างไร ด้วยพยานหลักฐานพุ่งมาที่ตัวเด็ก ม.6 จึงกดดันทำให้ต้องยอมรับผิด


ด้านโทษค่อนข้างรุนแรงคือเจตนาฆ่า และปิดบังซ่อนเร้นศพ การมอบตัวความผิดโทษน้อยลง ทางตำรวจได้พิสูจน์รถกระบะที่นำศพไปทิ้ง เป็นของปู่ของผู้ต้องหา ที่เคยใช้ขับเป็นประจำ ส่วนล้อยางอยู่บนรถอยู่แล้ว ไม่ได้ซื้อแต่อย่างใด ทางตำรวจยังไม่ได้เชื่อคำให้การทั้ง 100 % ผู้ต้องหามีสิทธิ์ให้การอะไรก็ได้ แต่หลักฐานและพยานเวลานี้สอดคล้องกันว่า ผู้ต้องหาลงมือทำเพียงคนเดียวเท่านั้น


พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวราลักษณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รอง ผบช.ภาค 6 ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาพาร่างผู้เสียชีวิตลงจากรถกระบะแล้วเคลื่อนย้ายไปที่จุดอำพราง เนื่องจากผู้ตายร่างเล็กและ ผู้ต้องหาเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ร่างกายแข็งแรง ประกอบกับจังหวะที่กระทำความผิดมีแรงกระตุ้นให้นำร่างไปคนเดียวได้ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องพิสูจน์ถึงพยานแวดล้อมและกล้องวงจรปิดใกล้เคียงต่อไป และเชื่อว่า บริเวณจุดที่เผาอำพราง ผู้ต้องหาเคยเดินทางมาสถานที่แห่งนี้แล้วน่าจะมีความชำนาญในเส้นทาง



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4MgezaAbmq0


ข่าวยอดนิยม