อาชญากรรม

แถลงปมหนุ่มฉ้อโกง ดับพร้อมภรรยา 3 ศพ ในคอนโดหรู ตร.ชี้เป็นการสมยอมพร้อมจบชีวิต

07 มี.ค. 2564

1.6K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เชียงใหม่ - ความคืบหน้ากรณี นายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง คดีฉ้อโกงหลอกลวงขายทะเบียนรถเลขสวย ขัดขืนการจับกุมและมีอาวุธปืน พร้อมขู่จะฆ่าตัวตาย โดยปิดประตูอยู่กับภรรยาอีก 2 คน ในห้องพักชั้น 3 คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ติดกับที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม และตลอดคืนที่ผ่านมา กระทั่งเช้าวานนี้ (6 มี.ค.) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ทำการจู่โจมเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ พบว่าทั้ง 3 คนเสียชีวิตแล้ว โดยมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิง



เมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ (6 มี.ค.) ที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีวีรชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และครอบครัวของนายสุเมธ กับภรรยา รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น



โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า เบื้องต้นเหตุที่นายสุเมธ ใช้อาวูธปืนข่มขู่ขัดขืนการจับกุมตามหมายจับและปิดประตูห้องอยู่กับภรรยาและผู้หญิงสาวคนสนิทข้างในนั้น ไม่ได้เป็นการจับตัวประกันแต่อย่างใด แต่เป็นความสมัครใจของผู้หญิงทั้ง 2 คน ที่ต้องการจะอยู่กับนายสุเมธ



โดยตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 5 มีนาคม ได้ประสานครอบครัวและญาติของนายสุเมธ เพื่อเข้าทำการเจรจาเกลี้ยกล่อมแล้ว ซึ่งนายสุเมธ ได้ให้ญาติเข้าไปรับตัวลูกสาวอายุประมาณ 1 ปีกว่า ออกมาจากห้องพักที่เกิดเหตุ ส่วนภรรยาและผู้หญิงสาวคนสนิทไม่ยอมออกมาด้วย พร้อมยืนยันความสมัครใจที่จะอยู่ด้วยกันภายในห้องกับนายสุเมธ ซึ่งต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้นได้ให้ญาติของนายสุเมธ เข้าไปที่หน้าห้องเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง จนกระทั่งเกิดเสียงปืน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องล่าถอยออกมาก่อนเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ 



ทั้งนี้ในเวลานั้นยังไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่ และเหตุผลที่ยังไม่มีการนำเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าไปในห้อง เนื่องจากไม่ใช่การจับตัวประกัน ดังนั้นจึงรอประเมินสถานการณ์จนกระทั่งเช้าวันนี้จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าทั้ง 3 คนเสียชีวิต ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติตามยุทธวิธี



ขณะที่จากการเข้าตรวจสอบในห้องพักที่เกิดเหตุนั้น เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน นอนอยู่บนเตียงในห้องนอน แต่ละศพมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ สภาพศพเริ่มแข็งตัวแล้ว ทางแพทย์นิติเวชประเมินว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12-24ชั่วโมง ทั้งนี้ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และพบอาวุธปืนอยู่ใต้ศพนายสุเมธในลักษณะที่ทับไว้ และพบว่าที่กระจกในห้องมีร่องรอยกระสุน นอกจากนี้เก็บหลักฐานได้เป็นปลอกกระสุนและเศษกระสุนที่ยิงแล้ว รวมทั้งพบเครื่องกระสุนจำนวนมากพอสมควร อีกทั้งซิมการ์ดโทรศัพท์จำนวนมาก พร้อมคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนหนึ่ง



ด้านแม่และน้องชายของนายสุเมธ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ติดใจสงสัยเรื่องการเสียชีวิตของนายสุเมธ เพราะเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งแต่แรกเริ่มในการพยายามเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อม อีกทั้งก่อนหน้านี้นายสุเมธ ได้ติดต่อส่งข้อความทางไลน์แจ้งให้ทราบลักษณะคล้ายการสั่งเสียไว้แล้วว่าจะไม่ยอมถูกจับกุม และขอยอมตาย พร้อมฝากให้ช่วยดูแลลูกทั้ง 2 คน ซึ่งจากลักษณะนิสัยของนายสุเมธที่รู้จักดี ทำให้เชื่อว่านายสุเมธ ตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคมในช่วงเย็นที่น้องชายพยายามเข้าเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ปรากฏว่าได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ซึ่งเวลานั้นมั่นใจว่านายสุเมธได้ใช้อาวุธปืนยิงภรรยาและสาวคนสนิท พร้อมยิงตัวเองตายตามตั้งแต่เวลานั้นแล้ว เพียงแต่เจ้าหน้าที่ต้องรอประเมินสถานการณ์และทำงานอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัยของทุกคน



นอกจากนี้ทางครอบครัวและญาติยืนยันว่า ปกติแล้วไม่ทราบว่านายสุเมธ ทำงานหรือประกอบอาชีพใด เพราะไม่เคยบอกให้ครอบครัวทราบ และแทบจะไม่ค่อยได้ติดต่อกัน โดยหากมีการติดต่อกันจะเป็นฝ่ายนายสุเมธที่ติดต่อมาหาเองผ่านทางข้อความไลน์ อีกทั้งนี้ไม่เคยทราบมาก่อนด้วยว่านายสุเมธไปก่อเหตุกระทำความผิดจนกระทั่งถูกออกหมายจับ ซึ่งเพิ่งจะมาทราบเมื่อเจ้าหน้าที่ติดต่อให้เข้ามาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม รวมทั้งที่ผ่านมานายสุเมธ ไม่ได้เป็นผู้ส่งเสียเงินทองให้แม่ใช้จ่ายแต่อย่างใด มีเพียงบางครั้งที่อาจจะให้น้องชายบ้างเท่านั้น



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PS1cbwYa8wM

ข่าวยอดนิยม