ในประเทศ

เปิดใจนายจ้าง-ลูกจ้างเมียนมา ปมอลเวงหวยรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัลแค่ 3.5 ล้าน

06 มี.ค. 2564

8.8K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เกิดปัญหาดราม่า เรื่องการถูกลอตเตอรี่ หรือหวยรางวัลที่1 งวดประจำวันที่1.มีนาคม หมายเลย 835538  ปรากฎว่า เมื่อวานนี้ มีการแชร์เรื่องราวของสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ที่มาทำงานในประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวว่าถูกรางวัลที่1 แต่ได้รับเงืนเพียง 3.5 ล้านบาท ต้องให้นายจ้าง 2.5 ล้านบาท ซึ่งได้ตกลงยินยอมให้เงินจำนวนนี้กับนายจ้าง พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กลายเป็นที่สงสัยของสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น แรงงานพม่าถูกรางวัลที่1ถึงได้เงินเพียงเท่านี้  



ทีมข่าวสอบถาม คุณต้น (นามสมมุติ) คนไทยที่ช่วยเหลือแรงงานพม่าในประเทศไทย เปิดเผยว่า เรื่องที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้นเป็นเรื่องจริง โดยนายไช และนางไก่ สองสามีภรรยา แรงงานเมียน์มาร์ ทำงานที่โรงหล่อพระแห่งหนึ่งในจ.นครปฐม เข้าร้องเรียนให้ช่วยเหลือ โดยนายไชและนางไก่ เล่าว่า ได้ฝากนายจ้าง ซื้อล็อตเตอรี่ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีการระบุเลขท้าย 38 83 ซึ่งเป็นเลขของแม่ที่ประเทศเมียน์มาร์ บอกให้ซื้อ  



จากนั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายจ้างได้ส่งภาพลอตเตอรี่ 3 ใบให้ดูทางไลน์ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะยืนยันว่าต้องการซื้อหวย 3 ใบ ใบละ 100บาท โดยใน 3 ใบนี้ มีเลข 835538 รางวัลที่1 และยืนยันว่าได้นำเงินสดจำนวน 300 บาท จ่ายให้กับนายจ้าง ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตอน 6 โมงเย็น โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้รับลอตเตอรี่ ได้เพียงแค่ภาพบนแผงเท่านั้น พอวันที่1 มีนาคม หวยออก นายไชและนางไก่ รู้ตัวว่าถูกรางวัลที่1ก็มาแจ้งนายจ้าง และนายจ้างก็ร้องเฮดีใจ บอกดีใจด้วยจะสบายแล้ว แต่ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับบอกว่าไม่ได้เงินแล้ว นายไชและนางไก่ ตกใจและถามว่าเกิดอะไรขึ้น 



จากนั้นก็ไม่รู้ว่าใครเอาลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน จึงร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มตน และพบว่ามีการนำไปขึ้นรางวัลและรับเงินมาแล้วจำนวน 6 ล้านบาท ตนจึงพาสองสามีภรรยาไปลงบันทึกประจำวันวันที่ 2 มี.ค. จากนั้นก็นัดเจรจากับนายจ้างวันที่ 4 มี.ค. โดยนางสาวหนึ่งนายจ้างบอกว่า ขอหักเงินไว้สองล้านห้าแสนบาท ซึ่งนายไชและนางไก่ กลัวว่าจะไม่ได้เงิน ก็ยินยอมเซ็นต์ชื่อ รับเงินจำนวนสามล้านห้าแสนบาท และให้เงินจำนวนสองล้านห้าแสนบาทกับนายจ้าง ซึ่งตนก็ไม่รู้เหตึผลว่าหักเพราะอะไร 



โดนนายไชและนายไก่ ยินยอมรับเงินจำนวนเท่านี้ และย้ายออกจากโรงงาน เตรียมจะเดินทางกลับประเทศวันนี้ 6 มี.ค. ซึ่งทั้งสองคนกลัวมาก เพราะกลัวส่าจะไม่ได้รับเงินเลย จึงจำยอมรับเงินเท่านี้ และยังมีเงินค่าจ้างที่นายจ้างค้างค่าแรงสองสามีภรรยา อีกจำนวนกว่า7พันบาท และไม่ยอมจ่ายค่าจ้างเพท่อนแรงงานด้วยกันอีกสองคน รวมกว่า1หมื่นบาทด้วย ตนก็อยากฟังเหตุผลว่า ทำไมถึงหักค่าอะไรไว้ตั้งสองล้านห้า อยากถามในฐานะเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน ควรจะเห็นว่าเขาคือคนคนหนึ่ง ถ้าเขาถูกรางวัลก็ควรได้เงินรางวัลครบ และหากจะให้สินน้ำใจ ก็ให้เขาเอาให้เองไม่ใช่มาหักแบบนี้  ช่วงที่เราสอบถามกับคุณต้นนี้ ก็ได้ให้โทรคุยกับนายไชและนางไก่ สองสามีภรรยา ถามว่าโอเคหรือมั้ยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนบอกโอเค และจะขอกลับประเทศ ตอนนี้ได้โอนเงินที่ได้รับมา ไปที่ประเทศพม่าแล้ว 



ทีมข่าวเราเดินทางไปยังโรงหล่อพระที่แรงงานเมียนมาร์ทั้งสองทำงาน พบว่าบ้านปิดไม่มีคนอยู่ คุณป้าสำรวย เพื่อนบ้าน บอกว่า พึ่งทราบข่าวเรื่องหวย ที่ผ่านมาตนก็เห็นนายไชและนางไก่ทำงานปกติ แต่หลังหวยออกก็ไม่เห็นอีกแล้วจนมาทราบข่าว ตนก็สงสัยว่า จะหักเงินลูกจ้างทำไม ตั้งสองล้านห้า มันเยอะไป แต่ก็ไม่รู้ว่ากิดอะไรขึ้น โดยส่วนตัว คิดว่าถ้าลูกจ้างถูกหวยรางวัลที่1 ก็ควรให้เขาเต็มจำนวน ซึ่งโรงหล่อพระนี้ไม่ใช่โรงงานใหญ่ มีแรงงานพม่าประมาณ 5-6 คน



จากนั้น ไม่นาน ปรากฎว่า นายเสริม (นามสมมุติ) ชับรถเข้ามาหน้าบ้าน และเจอทีมข่าว ก็นัดชี้อจงรายละเอียดพร้อมทนายความ โดยนายเสริมพร้อมกับ นายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงษ์ ทนายความส่วนตัว นำเอกสาร ใบลงบันทึกประจำวัน มาชี้แจง โดยนายอาทิตย์กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่อวจากแรงงานทั้งสองคน ซื้อหวยกับนายจ้างจริง โดยสั่งซื้อกันทางไลน์ แต่ปรากฎว่า วันที่ 28 ก.พ.ที่ลูกจ้างนำเงินค่าหวยมาจ่าย กับนายจ้าง แต่นายจ้างไม่ได้นำเงินไปจ่ายกับยี่ปั๊วะ แต่เมื่อหวยออก จึงยอมรับผิดว่าลืมจ่ายค่าหวย และขอเป็นตัวแทนเจรจาเคลียร์กับยี่ปั๊วะ ซึ่งเป็นเครือญาติกัน 



โดยทางนี่ยี่ปั๊วะ ยืนยันว่า เมื่อไม่ชำระเงินหวยที่ถูกรางวัลก็เป็นสิทธิ์ของยี่ปั๊วะโดยชอบธรรมตามกฎของกองสลาก แต่นายจ้างได้ไปขอเจรจาแบ่งเงินให้กับลูกจ้าง โดยตกลงกันที่ ให้ลูกจ้าง3ล้านห้าแสนบาท และ ให้จ่ายค่าภาษี  และยี่ปั๊วะ รับเงินไปจำนวนสองล้านห้าแสนบาท โดยทางลูกจ้างทั้งสองคนก็ยินยอม และเซ็นต์เอกสาร มอบเงินกันต่อหน้า พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน และทนายความทั้งสองฝ่าย ซึ่งตามกฎหมายก็ถือว่าจบ ไม่มีการดำเนินคดีกัน หากจะอ้างสิทธิ์ เรื่องการซื้อขายกัน ก็ไม่มีชัดเจน จึงยอมจบกันทั้งสองฝ่ายด้วยการแบ่งเงิน ส่วนกรณีที่แรงงานอ้างว่า มีการวีดีโอคอลกับยี่ปั๊วะ ว่า รับชำระเงินแล้ว และส่งรูปหวยมาให้ นายอาทิตย์ระบุว่า เป็นการส่งรูป หมายเลขบัญชีมาให้โอน ไม่ได้ยืนยันการชำระเงิน ตามกฎหมายสัญญาซื้อขายจึงยังไม่เกิดขึ้น



ด้านนายเสริมพี่ชายของนายจ้าง ยอมรับว่า ผิดจริงที่ไม่ได้โอนเงินค่าหวยให้ยี่ปั๊วะ ตอนแรกก็ดีใจกับลูกน้องที่ถูกรางวัล แต่มารู้ว่าไม่ได้โอนเงินเพราะลืม จึงคิดหาทางออกเป็นตัวกลางไปเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ตนไม่ได้โกง ไม่ได้แตะต้งเงิน หรือหักหัวคิวใดๆทั้งสิ้น ส่วนกรณีการเบี้ยวค่าแรง นั้นยอมรับว่าจริง เพราะเกิดเรื่องแล้ว แรงงานก็หนีออกจากโรงงานติดต่อไม่ได้ ตนก็ไม่รู้ว่าจะไปจ่ายให้ที่ใด  และอยากให้สังคมฟังความทั้งสองฝ่าย ตนผิดที่ไม่ได้โอนค่าหวยจนเกิดเรื่อง แต่ก็ไม่ได้โกง เป็นตัวกลางเจรจาให้จนจบ 



เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เรื่องการซื้อหวยทางออนไลน์ ต้องมีการนืนยันการซื้อขายการชำระ เพราะแม้ว่าจะซื้อขายทางออนไลน์แต่ไม่ได้รับหวยไว้กับตัวเอง หากหวยนั้นถูกรางวัล คนที่ไม่มีหวยไว้ครอบครองหรืออยู่ในมือ ตามกฎของกองสลาก ระบุว่าผู้ใดครอบครองหวย ที่ถูกรางวัลก็สามารถขึ้นเงินได้ ดังนั้นซื้อหวยต้องระวัง 



ชมผ่านยูทูบที่ : https://youtu.be/Q3ltDwWDjaE

ข่าวยอดนิยม