อาชญากรรม

‘บิ๊กปั๊ด’ แถลงผลคดียา 1.5 ตัน ปัด 3 ตำรวจมีเอี่ยว

06 มี.ค. 2564

50 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

การชี้แจงของตำรวจหลังจากก่อนหน้านี้มีรายงาน ว่าผู้ต้องหาคดีขนยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัมที่ถูกจับได้ ให้การพาดพิงชื่อของตำรวจ ยศ พ.ต.อ.และ พล.ต.ท.ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลำเลียงยาไอซ์ล็อตนี้ด้วย ซึ่งลักลอบขนมากับรถสิบล้อที่ดัดแปลงเป็นช่องลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายหน่วยระบุว่า ได้ติดตามพฤติกรรมของหัวหน้าขบวนการที่ชื่อนายหนูเฉิน ตั้งแต่ปี 2557 กระทั่งปี 2562-2563จับเครือข่ายได้ 9 คน แล้วให้การพาดพิงถึงข้าราชการตำรวจ 3 นาย ทหาร 1 นาย ในส่วนของตำรวจยศพ.ต.อ.และพล.ต.ท. ที่ผู้ต้องหากล่าวถึง วันนี้ ผบ.ตร.ก็มาแถลงข่าวด้วยตัวเอง ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนทหารยศพันเอก ถูกจับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ติดตามรายงานจากคุณสุมนา แจวเจริญวงศ์ 


การชี้แจงผลการสอบสวนตำรวจยศ พันตำรวจเอก และพลตำรวจโท ซึ่งถูกพาดพิงถึงในคดียึดยาไอซ์ที่ลำเลียงโดยรถสิบล้อดัดแปลงช่องลับ 1500 กิโลกรัม ที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก 


มีการไล่เลียงไทม์ไลน์ของคดีตั้งแต่ ปี 2557 ซึ่งชื่อของนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือหนูเฉิน มีหมายจับคดีฟอกเงินจากยาเสพติด 56 หมาย และหลบหนีประกันชั้นอุทธรณ์ ไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีเครือข่ายลำเลียงยาล็อตใหญ่หลายครั้ง 


กระทั่งตุลาคมปี 2562 ที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก พบรถสิบล้อต้องสงสัยอ้างขนส่งเหล็กเส้น แต่ตำรวจประจำด่านใช้ประสบการณ์จับพิรุธ ไม่มีร่องรอยขีดข่วนของเหล็กเส้น นำไปสู่การตรวจค้นจนพบไอซ์ 1500 กิโลกรัมซุกซ่อนในช่องลับที่ดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษ 


1 ปีต่อมา ในเดือนสิงหาคม2563 ปปส.ภาค6ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นอู่ 888 ที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

ซึ่งพบว่าเป็นอู่ รับดัดแปลงช่องลับ สำหรับขนยาเสพติด จับเจ้าของอู่และลูกสะใภ้

และตรวจค้นบริษัทขนส่งในจ.นครปฐม พบรถบรรทุกดัดแปลงเป็นช่องลับ จำนวน4คัน 


อีก 1 เดือนต่อมา ตำรวจรับตัวนายเกิดชนะ มินา ผู้ต้องหา ที่หนีไปอยู่กับชนกลุ่มแนว ที่ชายแดนด้านสังขละบุรี ได้ และนายเกิดชนะ นี่เอง ที่พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดินทางไปรับตัวนายเกิดชนะ ระบุถึงคำให้การของนายเกิดชนะ พาดพิงถึงพลเรือน4ราย 


หนึ่งในนั้นคือ นส.หลินซา ซึ่งทำหน้าที่ธุรกกรรมการเงินให้นายหนูเฉิน จนนำไปสู่การตรวจค้นโกดัง ย่านมีนบุรี จับ นส.หลินซา ยึดทรัพย์สิน 200 กว่าล้านบาท พบบัญชีของนส.หลินซาหมุนเวียนหลักพันล้านบาท และพบความผิดปกติของเงินไปส่งไปเมียนมากว่า 2พันล้านบาท แต่คำให้การยังพาดพิงถึงข้าราชการจำนวน 4 คน มีพ.อ. 1คน และอีก 3 คนเป็นตำรวจ 


พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าจากผลสรุปของชุดสอบสวนพบว่าเอกสารที่ออกมาเผยแพร่ในโซเชียล เป็นเอกสารแค่ส่วนหนึ่งในสำนวนจากทั้งหมดกว่า1พันหน้า ซึ่งการนำเอกสารมาใช้เพียงบางสว่น กลายเป็นช่องว่างทำให้แปลความหมายคาดเคลื่อน เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และคำพูดของผู้ต้องหาไม่ชัดเจนเพียงอ้างว่าเคยเห็นเห็นหน้านายตำรวจ ยศพ.ต.อ. พล.ต.ท. ที่เมียวดี แต่จำรายละเอียดอื่นๆ ไม่ได้ 


ขณะที่รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ระบุว่า เส้นทางการเงินของนางสาวหลินซาร์ ยังพบว่าเกี่ยวโยงกับ ตำรวจทั้ง3 คน แม้ผู้ต้องหาจะพาดพิงถึงแต่จากการสืบสวน ยังไม่มีหลักฐาน นำไปสู่การแจ้งข้อหาสมคบฯ ได้ เพราะมีเพียงแค่คำกล่าวอ้างจากผู้ต้องหา จึงไม่มีความจำเป็นต้องเรียกตัวมาสอบสวน


รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า หนูเฉินเคยถูกจับในปี 2552 ที่ สภ.สำโรงเหนือ พร้อมยาบ้า26,000 เม็ด และ อาวุธปืน แต่หลุดคดียาเสพติด แต่จำคุก1ปี ข้อหาอาวุธปืน หลังพ้นโทษได้สร้างเครือข่ายขนไอซ์และเคตามีนล็อตใหญ่เข้าประเทศหลายครั้ง 


(SAM ย้อนรอยขบวนการค้าไอซ์ข้ามชาติ ’หนูเฉิน’ ตร.ใช้เวลากว่า 3 ปีก่อนจับกุมส) 00.01.53 มุมๆ

การพาดพิงถึงพลเรือน มี 2 คนที่เกี่ยวข้องและถูกออกหมายจับ คือนายยงศ์ วงศ์สว่างกุล ที่ยังหลบหนี และนางสาวหลินซา ที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาในชั้นศาล 


ส่วนข้าราชการ 4 คน มีพ.อ.1 คน ซึ่งได้ถูกจับขณะขนยาเสพติดไปส่งที่จ.นครสวรรค์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และจากการสอบสวนพบเป็นผู้แนะนำให้นายเกิดชนะ รู้จักกับนายหนูเฉิน โดยถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล 


ส่วนตำรวจอีก 3 คน ประกอบด้วย ตร.หญิงชั้นประทวนที่แม่สอด พ.ต.อ. และพล.ต.ท. ขณะนี้ไม่พบความเชื่อมโยง

ข่าวยอดนิยม