ต่างประเทศ

จับตาสถานการณ์การชุมนุมเมียนมา หลังยอดผู้เสียชีวิตพุ่งรวม 50 ราย

06 มี.ค. 2564

12 view

ข่าว 3 ยามเช้า

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 04.30 - 05.30 น.

ชาวเมียนมาจากทุกสาขาอาชีพ ในหลายเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น นครย่างกุ้ง ,ทวาย และ มัณฑะเลย์ ท้าทายอำนาจกองทัพ ออกมาชุมนุมประท้วงทุกวัน โดยไม่เกรงกลัวตำรวจปราบจลาจล ที่ยกระดับใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งการระดมยิงแก๊สน้ำตา , กระสุนยาง รวมทั้งกระสุนจริง เข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง เพื่อสลายการชุมนุม 



นับเป็นสัปดาห์แห่งการนองเลือดที่สุด ในรอบ 1 เดือน นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 38 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงทั่วประเทศกว่า 50 คน ในจำนวนนี้ มีนักศึกษาหญิง วัย 19 ปี ถูกยิงที่ศีรษะในระหว่างร่วมประท้วงที่เมืองมัณฑะเลย์ รวมอยู่ด้วย



การก่อรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ทำให้ นาย จอ โม ตุน เอกอัครราชทูตสหประชาชาติ ประจำเมียนมา ตัดสินใจแสดงจุดยืน ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก เรียกร้องให้ประชาคมโลกใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อยุติการรัฐประหารในเมียนมา พร้อมกับชู 3 นิ้ว สัญลักษณ์ของการแสดงอารยะขัดขืน สร้างความไม่พอใจให้กับกองทัพเมียนมาเป็นอย่างมาก สั่งปลดฟ้าผ่าในวันรุ่งขึ้น และได้แต่งตั้ง นาย ติน หม่อง เนียง ดำรงตำแหน่งแทน แต่ล่าสุดเขาได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว



แม้ว่า ประชาคมโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ออกมากดดัน หรือ ขู่จะงัดมาตรการแข็งกร้าวมาใช้กับเมียนมา รวมทั้งผู้แทนพิเศษยูเอ็นประจำเมียนมา ก็เตือนผ่านการพูดคุยกับ พลเอก โซ วิน รองผู้บัญชาการกองทัพ ถึงผลที่จะตามมาจากการก่อรัฐประหารและการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง จะทำให้เมียนมาถูกโดดเดี่ยว แต่ ดูเหมือนว่า กองทัพเมียนมาจะไม่สนใจ โดยยืนยันว่า ขอเวลา 1 ปี ที่จะจัดการเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตยในเมียนมา 



ขณะที่ชะตากรรมของนางออง ซาน ซูจี และอดีตประธานาธิบดีวิน มินต์ ก็ยังมืดมน ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาเพิ่ม โดยเฉพาะตัว วิน มินต์ หากถูกตัดสินว่าความผิดจริง ในข้อหาละเมิดรัฐธรรมนูญ ก็จะถูกจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี

ข่าวยอดนิยม