อาชญากรรม

2 มือฆ่าหั่นศพเสี่ยรับเหมาเล่าไทม์ไลน์ช่วงก่อเหตุ เผยเป็นฟางเส้นสุดท้าย - จ่อเรียกสอบ 'ชายเสื้อเหลือง' คุยผู้ต้องหาในวงจรปิด

04 มี.ค. 2564

168 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

กรณีภรรยาร่วมกับหลานชาย ฆ่าหั่นศพ นายสุบิน ผู้รับเหมาก่อสร้างย่านนนทบุรี ก่อนนำชิ้นส่วนไปทิ้ง และเผาอำพรางที่อยุธยา โดยเมื่อวานนี้ตำรวจจับผู้ต้องทั้ง 2 คน ไปสอบปากคำ พร้อมชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว วันนี้ยังต้องจับผู้ต้องสงสัยอีกคน เป็นชายเสื้อเหลืองยืนคุยกับ 2 ผู้ต้องหาหลังกลับจากทิ้งชิ้นส่วนศพ


เมื่อวานนี้ (4 มี.ค.64) พลตำรวจโท อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 คุมตัว นางวาสนา อายุ 43 ปี และนายอนันตชัย อายุ 23 ปี หลานชายของนางวาสนา ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายสุบิน อายุ 53 ปี สามีของนางวาสนา ก่อนนำชิ้นส่วนกระจายไปทิ้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มที่บ้านพักของนายสุบินและนางวาสนา ในซอยกาหลง 5 ถนนสนามบินน้ำ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งพบรอยเลือดถึง 7 จุด


ในวันเกิดเหตุ นางวาสนา สารภาพว่า วันนั้นลูกโทรศัพท์มาบอกว่า นายสุบิน พาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน จึงกลับมาที่บ้านพร้อมหลานชาย จากนั้นก็ไล่เพื่อนพร้อม นายสุบิน ออกจากบ้าน จึงทะเลาะกัน และ นายสุบิน จะเข้าทำร้าย นางวาสนา หลานชายเห็นเข้าจึงคว้ามีดปลายแล้วในครัว มาแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายของ นายสุบิน ทำให้เสียชีวิต


จากนั้นทั้งคู่นั่งปรึกษากันประมาณ 1 ชั่วโมง นางสาววาสนาได้ออกไปซื้อถุงดำที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วมาชำแหละศพนายสุบิน แยกเป็น 3 ส่วน นำใส่ท้ายรถกระบะ เมื่อล้างคราบเลือดทำลายหลักฐานแล้ว ได้ขับรถไปทิ้งชิ้นส่วน โดย นายอนันตชัย เป็นคนขับ ไปแวะซื้อน้ำมันที่ปั๊มย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อนขับรถไปยังถนนสาย 347 ทิ้งชิ้นส่วนแขนและขา ในจุดแรกที่อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา 


จากนั้นไปที่ถนนสาย 356 ทิ้งชิ้นส่วนศีรษะ และไปทิ้งชิ้นส่วนลำตัว ในถนนพื้นที่รกร้าง ทางเข้าโรงงานทำอิฐบล็อก อ.วังน้อย โดยทุกจุดได้ราดน้ำมันจุดไฟเผา และที่นายอนันตชัย ชำนาญเส้นทาง เพราะเคยรับจ้างขับรถแบคโฮในพื้นที่


จากนั้นขับรถกลับมาที่ลานจอดรถอพาร์ทเม้นท์ ในซอยอัญชลี 4 แล้วกลับเข้าบ้านทำความสะอาดคราบเลือดอีกรอบ แล้วแยกย้ายกันกลับที่พัก กระทั่งถูกตำรวจตามจับได้ ตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันปิดบัง ทำลาย ซ่อนเร้นอำพรางศพ


โดย นางวาสนา ยังบอกอีกว่า รู้สึกกดดันถึงที่สุดแล้ว ที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายมาตลอด 20 ปี ที่อยู่ด้วยกัน แต่ที่ลงมือฆ่าไม่ได้วางแผนไว้ก่อน


ด้าน นางสาวกิ่งแก้ว อายุ 51 ปี พี่สาวของ นางวาสนา เผยว่า น้องสาวและน้องเขยทะเลาะกันบ่อยครั้ง เรื่องที่ฝ่ายชายไม่ยอมไปทำงาน และมักดื่มเหล้าเมาเสียสติ เคยรุนแรงจนถึงขั้น ขึ้นโรงพักมาแล้ว 2 ครั้ง กระทั่งน้องสาวอยากย้ายบ้าน ที่น้องสาวลงมือเชื่อว่า เพราะจนตรอก แต่ไม่คิดว่า เรื่องจะเป็นเช่นนี้ 


โดยคืนเกิดเหตุตนไปนอนบ้านเพื่อน เมื่อกลับมาบ้านก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงข้าวของที่น้องสาวเตรียมไว้ เพื่อย้ายไปอยู่กับตน ตอนแรกคิดว่า เพราะไม่อยากถูกสามีทำร้าย ไม่ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ ส่วนลูกของทั้ง 2 คน ลูกชายคนโต อายุ 13 ปี และลูกสาวคนที่ 2 อายุ 12 ปี จากนี้คงต้องพากลับต่างจังหวัด เพราะตนก็ไม่สามารถเลี้ยงดูไหว


ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พันตำรวจพิสิษฐ์ สวัสดิ์ถาวร ผู้กำกับการ สภ.วังน้อย เรียกชุดสืบสวนมาประชุมขยายผลคดีต่อ เนื่องจากยังมีอีกหลายประเด็นยังไม่ได้สอบปากคำ และเข้าไปดูหลักฐานอย่างละเอียด เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ลานจอดรถอพาร์ทเมนท์ที่นนทบุรี เห็นผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 1 คน เป็นชายสวมเสื้อเหลือง คล้ายกับลงจากรถกระบะ มาพูดคุยกับ 2 น้าหลาน หลังจากขับรถกลับจากไปทิ้งชิ้นส่วน จึงเตรียมเรียกมาสอบปากคำเพิ่ม เพราะอาจมีผู้ก่อเหตุมากกว่า 2 คน หรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบแล้ว


จากนั้น พันตำรวจพิสิษฐ์ ได้สอบปากคำนางวาสนา อีกครั้ง ก่อนนำตัวไปไว้ที่ห้องขัง สภ.วังน้อย เพื่อรอส่งฝากขัง ส่วน นายอนันตชัย ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวไปค้นหามีดที่ใข้ก่อเหตุ ที่อ้างว่า นำไปทิ้งไว้ในเขตพื้นที่บางนา กทม. จากนั้นจะนำทั้ง 2 คน ส่งฝากขังศาลพระนครศรีอยุธยา ในวันพรุ่งนี้  (5 มี.ค.64) 



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/6IoUEE5jQH4

ข่าวยอดนิยม