การเมือง

กลุ่มสร้างไทย เปิดเวทีพูดคุย ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญประชาชน

02 มี.ค. 2564

24 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

กลุ่มสร้างไทย เปิดเวทีพูดคุย ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เรียกร้องประชาชนร่วมติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณี ส.ส. และ ส.ว. ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจาณาอำนาจรัฐสภาในการตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเรียกร้องให้มีการวินิจฉัยก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่ามีกระบวนการในการล้มรัฐธรรมนูญที่จะมาจากประชาชนหรือไม่ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจให้การแก้รัฐธรรมนูญ 


มติรัฐสภาเสียงข้างมากที่ให้ส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของรัฐสภา เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญได้รับวินิจฉัยแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยนัดหมายรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ในขณะที่รัฐสภา การพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ได้ผ่านความเห็นชอบวาระที่ 2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีเวลา 15 วันเข้าสู่การพิจารณา วาระ 3 คาดว่าไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้


การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีที่นำโดย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว. กลายเป็นข้อสงสัย ที่เวทีพูดคุยเรื่อง ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญประชาชน โดยกลุ่มสร้างไทย เห็นตรงกัน ว่าจะเป็นเกมในการล้มรัฐธรรมนูญที่จะตัดโอกาสในการตั้ง ส.ส.ร. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วส่งผลให้รัฐสภาเสียงข้างมากมีอำนาจการแก้ไขรายมาตรา 


นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ยืนยันว่า จากประวัติศาสตร์รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถยกร่างใหม่ได้เท่ากับปกป้องอำนาจของเผด็จการ


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องวินิจฉัยก่อนการพิจารณาวาระ 3 และนายกรัฐมนตรีต้องแสดงความจริงใจ พิสูจน์ว่ารัฐบาลไม่ได้ตีสองหน้า ต้องเปิดทางให้ประชาชนร่างรัฐธรรมนูญได้เอง


ผู้จัดการไอลอว์ เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ตกไปแล้ว แต่ยังคาดหวังที่จะเห็นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามช่องทางปกติ และเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ทั้งหมด 200 คน ส่วนกรณีใช้เขตเลือกตั้งแบบ 1 เขต 1 คน รวม 200 เขต 200 คนนั้น ถือเป็นเรื่องน่าประหลาด และเชื่อว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกมาก แต่เพื่อเป็นทางออกของศาลรัฐธรรมนูญจึงควรมีคำวินิจฉัยก่อนวาระ 3 เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นการซื้อเวลา


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มี ส.ส.ร. ไม่ว่าระบบการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อมั่นว่าจะยกร่างได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หาก ส.ส.ร.ยกร่างไม่ดีพอ ประชาชนก็จะลงมติไม่เห็นชอบ เพื่อให้เกิดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง 


ข่าวยอดนิยม