การเมือง

เดือด! ศึกซักฟอกวันแรก รัฐบาลเย้ยไม่สมราคาคุย ฝ่ายค้านเล็ง 'ประยุทธ์' ซัดรัฐบาลสอบตก

17 ก.พ. 2564

6 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

วันที่ 16 ก.พ. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลวันแรก รัฐบาลประเมินฝ่ายค้านอภิปรายไม่สมราคาคุย ขณะที่ฝ่ายค้านเห็นว่ารัฐบาลสอบตกในการชี้แจง โดยประเด็นการอภิปรายมุ่งเน้นไปที่นายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการบริหารงานล้มเหลว เช่นการปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนัน รวมถึงประเด็นบ้านพักนายกรัฐมนตรี ที่เตรียมยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ด้วย 


การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วันแรก ฝ่ายค้านมุ่งเน้นไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น 1 ใน 10 รัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเหตุผลที่ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นแล้วว่า ตลอดเวลา 6 ปี 8 เดือน 26 วัน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศ ตั้งแต่เป็นหัวหน้า คสช. ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติเสียหายหนักในรอบ 8 ทศวรรษ มีหนี้สาธารณะมากที่สุด จึงเปรียบเทียบเป็นรัฐบาลปรสิต ที่กัดกร่อนอนาคตของประเทศและกลืนกินความฝันของประชาชน 


ในขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงความไม่โปร่งใส ของรัฐมนตรี 7 คน ที่มาจากสัดส่วนคนนอก และเป็นรัฐมนตรีมาจากรัฐบาลชุดก่อน ไม่ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่แสดงถึงมาตรฐานทางจริยธรรม และประเด็นค่าโง่ในโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (โฮปเวลล์) ที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหาย 1.5 หมื่นล้านบาท ให้เอกชนที่ถูกยกเลิกสัญญา แสดงถึงความล้มเหลวจากการบริหาร


ส่วนการอภิปรายที่ทำให้เกิดการประท้วงอย่างต่อเนื่อง จาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คือการอภิปรายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่เปิดข้อมูลการรับผลประโยชน์จากธุรกิจบ่อน ที่ปล่อยปละละเลย จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยยกคำที่นายกรัฐมนตรี เคยพูดว่า 100 นายกก็แก้ไม่ได้ แสดงถึงการไร้ความสามารถ 


นายกรัฐมนตรีจึงลุกชี้แจง ยืนยันว่าได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินมา 2 ครั้งแล้ว ส่วนการแก้ปัญหาโควิด ได้ทำจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาบ่อย ได้สอบข้อเท็จจริง สั่งย้ายตั้งแต่ระดับรองผู้การไปจนถึงผู้การ 51 รายแล้ว และไม่เคยเรียกรับหรือได้ผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทา รวมทั้งได้นำคลิปมาโต้แย้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ด้วย


นอกจากนี้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายประเด็นบ้านพักหลวง ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทุจริตในหน้าที่ หนีภาษี และทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ที่พบการปกปิดข้อมูลในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2557 ที่ระบุว่าอยู่บ้านในซอยร่วมมิตร แต่ขณะนั้นอยู่บ้านพักในค่ายทหารแล้ว และพบว่าค่าไฟฟ้าสาธารณูปโภค มีค่าใช้จ่ายเกิน 3 พันบาท ซึ่งเข้าข่ายรับประโยชน์อื่นใด และไม่ได้ยื่นเสียภาษี นางอมรัตน์ จึงเตรียมยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ฐานจงใจยื่นทรัพย์สินหนี้สินเป็นเท็จ 


ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจง นางอมรัตน์ เพียงสั้น ๆ ว่าเรื่องบ้านพักอยู่ในกระบวนการที่มีการตรวจสอบและมีผลวินิจฉัยไปแล้ว


นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นไปที่ประเด็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง ตกเป็นผู้ต้องหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ถึงแก่ความตาย


เหตุเกิดเมื่อปี 2555 แต่จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาลงโทษได้ แม้ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่มี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน จะได้สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า


"มีความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยานและบุคคลทั่วไป ในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มดำเนินคดี จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ และสร้างพยานหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการดำเนินคดี ตามกฎหมาย" แต่ทว่าก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใด ๆ 


ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างไร รังเกียจคนหนีอยู่ต่างประเทศ สงสัยถึงความล่าช้า จนตั้งกรรมการสอบ และอ่านเอกสารทุกหน้า จึงทำการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน คดียังไม่หมดอายุความ ทั้งขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และการใช้ยาเสพติดประเภท 2 


ข่าวยอดนิยม