การเมือง

#ตำรวจกระทืบหมอ เดือดติดเทรนด์ ผบ.ตร.แจงเป็นการจับกุมผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่ทำร้าย ปชช.

15 ก.พ. 2564

2.4K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

กระแส #ตำรวจกระทืบหมอ ยังเดือดติดเทรนด์ หลังปรากฎคลิปภาพ ตำรวจควบคุมฝูงชน ตั้งแนวเดินเคลียร์พื้นที่ กลุ่มผู้ชุมนุม แต่กลับมีภาพหนึ่งในพยาบาลอาสา หลบออกจากแนวไม่ทัน จนตกอยู่ในวงล้อมของตำรวจ ก่อนที่จะจับกุม


ล่าสุดหลายองค์กรออกแถลงการประณาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ ชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ประณาม จี้ให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิด โดยระบุว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล รักษา รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 2 ปี 1960 การรุมทำร้ายอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติดังกล่าวโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายใด ถือเป็นการละเมิดกติการะหว่างประเทศ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน


ขณะที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เรียกร้องให้มีการดำเนินการสืบสวนอย่างโปร่งใส และทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กรณีการใช้ความรุนแรงแก่อาสาสมัครบุคลากรทางการแพทย์และผู้ชุมนุม ชี้ การใช้ความรุนแรงนี้ไม่ได้เป็นเหตุการณ์แรกที่หน่วยหรือกลุ่มคนได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้สถานการณ์การชุมนุม และเป็นที่ทราบกันดีในหลักการสากลว่า หน่วยงานหรือกลุ่มคนที่ไม่ได้เพียงทำการรักษาพยาบาลผู้ชุมนุม หากแต่ยังสามารถช่วยเหลือประชาชนทั่วไป หรือกระทั่งตัวเจ้าหน้าที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ ในสภาวการณ์การชุมนุมที่รถพยาบาลและบริการสุขภาพจากภายนอกพื้นที่เข้าถึงได้ช้า พร้อมประณาม การกระทำต่อบุคลากรทางการแพทย์เช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทย หรือมนุษย์ผู้เกิดมาพร้อมสิทธิเสรีภาพคนใดๆ


ขณะที่เพจราษฎร โพสต์แถลงการณ์ ยืนยันในหลักการของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง ซึ่งได้ประกาศ ณ ที่ชุมนุมว่า มวลชนสามารถตอบโต้ หากมีการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐได้ ซึ่งได้แก่วิธีการอื่นใดอันไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงในทางกายภาพต่อปัจเจกบุคคล และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และการจับกุมอย่างไม่เลือกหน้าเป็นการละเมิดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ถึงที่สุดยังยืนยันว่า พวกเราจะยังคงยืนหยัดที่จะสู้จนกว่าจะไม่มีประชาชนคนใดถูกจับโดยไม่เป็นธรรม พวกเราจะสู้ต่อไปจนกว่าประชาชนในประเทศนี้จะมีความเสมอภาคเป็นธรรม


ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ย้ำว่า ชายที่ระบุว่า เป็นแพทย์อาสาถูกตำรวจทำร้าย ขอให้ดูที่เจตนา ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ร่วมก่อเหตุความวุ่นวาย เป็นเหตุซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่จึงต้องจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่การทำร้ายประชาชน แต่หากใครมองว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุก็เข้ามาร้องเรียนได้ พร้อมระบุที่ผ่านมามีการทำสงครามข่าวสารโจมตีไปมา อยากให้ผู้เสพข่าวดูแต่ต้นจนจบ ส่วนการชุมนุม ก็ต้องรู้ว่าห้ามจัดกิจกรรม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการใช้อุปกรณ์ตามที่กล่าวอ้าง ทั้งกระสุนยาง และอุปกรณ์ต่างๆ ยอมรับว่ามีอุปกรณ์เหล่านี้จริงแต่ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่มีเหตุก็ไม่ใช้


ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีอาชีพพยาบาล และยังอยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ย้ำเขาไม่ได้มีอาชีพเป็นพยาบาล ส่วนในการชุมนุมเขาอาจจะทำหน้าที่พยาบาลของกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้อันนี้ ตนไม่ทราบ แต่บริเวณที่เขาอยู่ใกล้เคียง มีกลุ่มบุคคลที่ขว้างปาสิ่งของ และใช้อาวุธทำร้ายตำรวจ ซึ่งเหตุตรงนั้นตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือนหลายครั้งให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากมีแกนนำบางส่วนได้ประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว ซึ่งได้เลยเวลาและเป็นกลุ่มที่สร้างความวุ่นวาย พร้อมยืนยัน ตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนยาง ฉีดน้ำ หรือแก๊สน้ำตาแต่อย่างใด



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Ms9oMZg-vjg

ข่าวยอดนิยม