อาชญากรรม

‘ทนายตั้ม’ ได้ฤกษ์ขึ้นภูเหล็กไฟ พิสูจน์คดีน้องชมพู่ ‘ลุงพล’ ถึงกับน้ำตาไหล กลับมาจุดพบศพอีกครั้ง

06 ก.พ. 2564

1.3K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เช้าวันนี้ 6 ก.พ. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และลุงพล พร้อมทีมงาน ขึ้นภูเหล็กไฟ พิสูจน์เส้นทางการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ด้านทนายตั้มเชื่อ น้องชมพู่ไม่สามารถขึ้นเขาได้ด้วยตัวเอง และหากมีคนพามา จะต้องมีมากกว่า 1 คน เพราะทางค่อนข้างชัน พร้อมระบุ ยังไม่ตกลงรับเป็นทนายคดีนี้ หลังยังไม่ครบเงื่อนไขตามที่ตกลงไว้ 3 ข้อ และอยากคุยกับแม่น้องชมพู่ก่อน ขณะที่ลุงพล น้ำตาคลอ สะเทือนใจขึ้นมาเห็นจุดพบศพอีกครั้ง เผยความรู้สึกคิดถึงและพูดอะไรไม่ออก


ความคืบหน้ากับคดีน้องชมพู่ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ หรือแจ้งข้อหาใคร แต่เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อทนายตั้มพาลุงพลเดินทางมายื่นเอกสารที่ศาลจังหวัดมุกดาหารว่า การมายื่นเอกสาร เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวน หากลุงพลถูกออกหมายจับ เพราะสำหรับคนที่ถูกออกหมายจับ สังคมส่วนใหญ่ก็จะต้องคิดไปแล้วว่าคนนี้คือคนร้ายตัวจริง จึงต้องพาลุงพลมาขอความเมตตาจากศาลจังหวัดมุกดาหาร ให้ไต่สวนหาความจริงหากถูกออกหมายจับ ซึ่งการขอความคุ้มครองจากศาล ได้เขียนไปในเอกสารที่ยื่นคำร้อง โดยระบุว่า ลุงพลขอความคุ้มครองในฐานะผู้ต้องสงสัย เพราะจากทางที่ตำรวจให้สัมภาษณ์ หลายคนก็พุ่งเป้ามาตลอด ว่าลุงพล คือผู้ต้องสงสัย 


ซึ่งตอนนี้เราผ่านไป 1 อย่างแล้ว คือ การได้พูดคุยทางคดีกับลุงพล การมาครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือลุงพลไปก่อน สำหรับการมายื่นเอกสารคำร้องไว้ในวันนี้ ถึงแม้ว่าลุงพลจะยังไม่ถูกออกหมายจับ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่กังวลว่าการที่มายื่นคำร้องในวันนี้จะเป็นการร้อนตัว เขาเรียกว่าเป็นการเตรียมการ มันเป็นสิทธิ์ที่เราจะทำได้ โดยปกติแล้วยื่นคำร้องลักษณะนี้ศาลจะรับอยู่แล้ว แต่จะให้ไต่สวนหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล


ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าหากตำรวจขอออกหมายจับ เขาจะมีคำให้การและหลักฐานบางส่วน นำมาให้ศาลเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งทางทนายมองว่าถ้าหากเป็นแบบนี้ เราก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ยื่นพยานหลักฐานต่อศาล จึงเป็นเหตุให้มายื่นขอศาล


ด้านลุงพล ถึงแม้ว่าวันนี้จะปิดวาจา แต่ก็ได้พูดกับสื่อสั้นๆ ว่า ณ เวลานี้ลุงพล ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น หลังจากนี้จะสู้ไปตามสถานการณ์


ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/UlIaLfFOLWc

ข่าวยอดนิยม