การเมือง

ตร.แจงม็อบหน้าสถานทูตเมียนมา ส่วนหนึ่งมาจากมหาชัย – 'อนุทิน' ติงปัญหาบ้านโน้น ยุ่งอะไรกับบ้านนี้

03 ก.พ. 2564

2.1K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

จากกรณีชุลมุนกลางถนนสาทร หลังกลุ่มวีโว่ เข้าร่วมชุมนุมต้านรัฐบาลพม่ารัฐประหาร ที่หน้าสถานทูตเมียนมาในประเทศไทย แล้วเกิดมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมเหตุการณ์ ส่งผลให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ

 

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตำรวจ สน. ยานนาวา จับกุมผู้ก่อเหตุ 3 ราย โดย ผู้ชุมนุมที่ประจำรถเครื่องเสียง ที่ยุยงให้กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกระทำผิด ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 วรรคแรก


ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 2 คนที่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่านำอาวุธ ได้แก่ วัตถุระเบิด หรือ เหล็กแหลม ต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าหน้าที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน ผู้กระทำผิดมีอาวุธ ตามมาตรา 215 วรรค 2


ขณะที่ กลุ่มวีโว่ ที่เป็นตัวการชักชวนให้มีการชุมนุม ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน ผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือ เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด ตามมาตรา 215 วรรคสาม ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมออกหมายเรียก นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้ากลุ่มวีโว่ มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป


สำหรับวัตถุระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบจากเจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ในส่วนของแรงงานชาวเมียนมา ที่เข้าร่วมการชุมนุม ตำรวจไม่สามารถควบคุมตัวได้ เนื่องจากขณะที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าควบคุมสถานการณ์ แรงงานเมียนมาได้แยกย้ายออกจากการชุมนุม แต่จากการตรวจสอบของตำรวจทราบว่าแรงงานเมียนมาที่เข้าร่วมการชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นแรงงานเมียนมาในจังหวัดสมุทรสาคร


ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กังวลว่าการชุมนุม จะเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาดโควิด ทั้งนี้เป็นเรื่องของตำรวจที่จะดูแลควบคุมสถานการณ์ ซึ่งปัญหาโควิด ยอมรับว่ากังวลทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการชุมนุมโดยไม่ใส่หน้ากากก็ต้องดำเนินการ เพราะถือว่าผิดกฎหมาย พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า “ปัญหาบ้านโน้น จะมายุ่งอะไรกับบ้านนี้”


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EQoq2qjpGx4

ข่าวยอดนิยม