การเมือง

ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า โพสต์ขอบคุณกำลังใจ หลังศาลยกฟ้องจำเลยแนวร่วม นปช.

02 ก.พ. 2564

203 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีที่คนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร ในการสลายชุมนุมทางการเมืองวันที่ 10 เมษายน 2553 เป็นเหตุให้ พลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม หรือ เสธ.เปา อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์, สิบโท ภูริวัฒณ์ ประพันธ์, สิบโท อนุพงศ์ เมืองอำพัน, สิบเอกอนุพนธ์ หอมมาลี และพลทหารสิงหา อ่อนทรง เสียชีวิต


โดยเบิกตัวจำเลยที่ 1 คือ นายสุรชัย เทวรัตน์ หรือ หรั่ง ,นาง พนกมล บัวฉัตรขาว หรือนางกนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชนเอเชียอัพเดต จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 นายสุขเสก พลตื้อ หรือ เสก จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าและสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่น ฯ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ  โดยคดีดังกล่าวมีโจทย์เป็นพนักงานอัยการคดีพิเศษ1 และนางนิชา หิรัญบูรณะ ภรรยา พลเอกร่มเกล้า ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วม


โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำให้การของพยาน 3 ปาก ให้การขัดแย้งและกลับไปกลับมา ทั้งเรื่องรายละเอียดบ้านที่ไปรับระเบิดในพื้นที่ปริมณฑล, จุดที่รับระเบิดที่ร้านอาหารบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจุดปาระเบิดภายในบ้านไม้หลังหนึ่งบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุที่มีผู้เสียชีวิต โดยหนึ่งในพยานมีอาการป่วยจากภาวะเส้นเลือดในสมองจนต้องนั่งรถเข็น ,พยานอีก 1 ปาก ที่อ้างว่า สนิทกับจำเลยที่ 3 และคุ้นเคยกับเสธ.แดง แต่กลับไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเมืองเลยทั้งเบอร์โทรศัพท์หรือข้อมูลการเสียชีวิตของเสธ.แดง และเนื้อหาการชุมนุมในวันเกิดเหตุ


อีกทั้งยังพบว่าพยานทั้ง 3 คนไม่เคยให้การกับพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่รัฐรายใด จนกระทั่งพยานทั้งหมดเข้าโครงการคุ้มครองพยานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเป็นเวลากว่า 7 ปีซึ่งให้การว่าเห็นจำเลยทั้งสามคนก่อเหตุ จึงเชื่อว่าพยานไม่เห็นเหตุการณ์และไม่น่าเชื่อถือจนสามารถรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามคนเป็นผู้ก่อเหตุหรืออยู่ในจุดเกิดเหตุ ศาลยังเห็นว่าพยานทั้ง 3 ปากได้ประโยชน์จากโครงการคุ้มครองพยานของ DSI


ส่วนประเด็นต่อมาคือเรื่องวัตถุระเบิดที่ใช้ในช่วงแรก พยานที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารให้การว่า เป็นระเบิดชนิด M79 แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในภายหลังพบว่า เป็นระเบิดอีกชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงกรณีหลังจากเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บกระเดื่องระเบิด แต่ก็ไม่มีการนำเจ้าหน้าที่ หรือวัตถุพยานมาใช้เบิกความในชั้นศาล


อีกหนึ่งประเด็นว่าเป็นการฟ้องซ้อนคดี ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และ 3 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับคดีนปช.ก่อการร้าย หมายเลขดำอ้าง 2542 /53 ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยทั้งสองคนไปแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลจึงเห็นว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนจึงเห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามตามกฎหมาย จึงเป็นการฟ้องซ้อน


ด้านนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจมาให้ในวันอ่านคำพิพากษาคดีพลเอกร่มเกล้าในวันนี้ค่ะ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่จากคำพิพากษาก็เป็นที่ประจักษ์ว่า มีกลุ่มคนที่กระทำต่อเจ้าหน้าที่ทหารจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยใช้อาวุธสงครามร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่จริง มีการโยนระเบิด M67 จากบ้านไม้ถนนดินสอมายังกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร จึงไม่ใช่การชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธตามที่กล่าวอ้างมาตลอด


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/D-kHMlFcgy4

ข่าวยอดนิยม