สังคมออนไลน์

นิสิตจุฬาฯ โวยมหาวิทยาลัย แจ้งเปิดเรียนกะทันหัน ทำกระทบค่าใช้จ่าย วอนอาจารย์เห็นใจเด็กบ้าง

31 ม.ค. 2564

20.8K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

หลังจากที่สถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่ ค่อยๆ ดีขึ้น กิจการต่างๆ ก็เริ่มผ่อนคลาย ให้กลับมาบริการได้ แต่ยังต้องมีการควบคุม สถานศึกษาหลายแห่งก็เริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ก.พ. นี้ เช่นเดียวกับจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่ออกมาประกาศมาเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า ให้เปิดสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอน ในมหาวิทยาลัย ตัง้แต่วันที่ 1 ก.พ.นี้ 



ล่าสุดมีเสียงสะท้อนจากนิสิต ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คนหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สงสารพ่อตัวเองวัย 70 ปีที่ต้องแบกรับรายจ่ายของที่บ้านจนหลังจะหัก ถ้าจุฬาจะไม่เห็นใจนิสิตแบบดิชั้น ก็เห็นใจพ่อดิชั้นที่เป็นคนจ่ายค่าเทอมซักหน่อยได้มั้ย



ตามเสียงส่วนใหญ่แล้ว นิสิตและอาจารย์ 'อยาก' กลับไปทำการเรียนการสอนที่มหาลัย และเห็นพ้องต้องกันว่าการเรียนแบบเห็นหน้ากันจริงๆ มันให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเพื่อนๆ ปี 4 หลายๆ คน ที่เทอมนี้ก็เป็นเทอมสุดท้ายในชีวิตมหาลัยแล้ว ก็คงไม่แปลกที่อยากจะมาพบปะเพื่อนๆ น้องๆ ในคณะ และใช้เวลาร่วมกันเนอะ อีกทั้ง มันก็มีปัจจัยสำคัญหลักๆ ก็คือ ปัญหาของการเรียนออนไลน์ที่พบได้บ่อยๆ เช่น ความเสถียรของสัญญาณอินเตอร์เน็ต หรือความไม่ชำนาญในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ ของทั้งนิสิตและอาจารย์ ทำให้การเรียนการสอนในรูปแบบ Online มันไม่ไหลลื่น



แต่ !!!!!!!!! คุณจุฬาลืมไปรึเปล่าคะ ? ว่าตอนเดือนธันวาคม ตัวเองได้ออกประกาศมาว่ามี 'แนวโน้มสูง' ที่การเรียนการสอนในเทอมนี้จะเป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด  แถม เมื่อ 10 วันก่อน (15 มกราคม) ก็ออกประกาศมาอีกฉบับที่ปักธงคอนเฟิร์มแล้วด้วยว่าจะเรียนออนไลน์กันทั้งเทอม ??? คุณไม่เห็นใจนิสิตบ้างหรอ ? บางคนเค้าขายสัญญาเช่าหอแล้ว ยิ่งคนอยู่ต่างจังหวัด คือ เก็บข้าวเก็บของกลับบ้านแล้วอะ การที่อยู่ๆ เปลี่ยนจากเรียนในห้องเรียน (on-site) เป็น online มันมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากนะ ไม่ใช่แค่เฉพาะการที่เด็กต้องไปตามหาเครื่องมืออุปกรณ์ เช่น บางบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีไมค์หรือกล้อง ก็ต้องไปตามหาซื้อเพิ่ม


แต่มันยังมีอีกเรื่อง คือ เรื่องที่อยู่อาศัย พอบอกจะเรียนออนไลน์ เด็กหลายคน โดยเฉพาะเด็กที่มาเรียนไกลบ้าน ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปแล้วว่า เออ ในเมื่อไม่ต้องเข้าเรียนที่มหาลัย ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่หอ กลับไปอยู่บ้านดีกว่า จะให้มาจ่ายค่าหอ ราคาเดือนละ 7,000-15,000 บาท (นี่คือ ราคากลางๆ สำหรับหอนอกใกล้ๆ สามย่าน: พญาไท, ราชเทวี และพระราม 4) ทั้งๆ ที่ไม่ต้องเรียนที่มหาลัยก็ใช่เรื่อง



และจากประกาศก่อนหน้า ก็ทำให้หลายคนคิดและมั่นใจไปแล้วว่า จะไม่ต้องเข้าเรียนที่มหาลัยในเทอมนี้ ดังนั้น หลายคนก็ตัดสินใจคืนสัญญาเช่าไป คือ เอาดีๆ เงิน 7,000 บาท มันเยอะมากนะสำหรับบางบ้าน (บ้านดิชั้นแล้ว 1) ยิ่งในเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย อะไรประหยัดได้ เค้าก็อยากประหยัดกันอะ แล้วนี่อะไร วันที่ 28 มกราคม คุณดันออกประกาศใหม่ว่า "วันที่ 1 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ปัจจุบันสามารถให้เด็กกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยได้" 



อ่าววว เห้ยย !!??? ทำไมกลับคำพูดแบบนี้อะ เมื่อ 15 วันก่อนไหนคุณบอกจะออนไลน์ทั้งเทอมไง แล้วจากประกาศล่าสุด คุณให้เวลาเด็กได้เตรียมตัวกลับมากี่วันอะ อ่ะนับสิ นับบบ 4 วัน ถ้วนจ้าาา .... อาจารย์ส่วนใหญ่เองก็เตรียมตัวไม่ทันหรอก บางท่านเองก็คงไม่ได้อยู่กรุงเทพเหมือนกัน แต่มันก็มีอาจารย์อีกหลายท่านเลยนะ ที่ทำตัวมีปัญหาตั้งแต่การเรียนออนไลน์แล้วว่า คุณต้องเปิดกล้องนะ คุณต้องเปิดไมค์นะ ก็ใช่! มันเรียนออนไลน์ได้ แต่มันไม่มีกล้องและไมค์ คุณนึกออกปะ เด็กก็ต้องไปหาซื้อกล้องกับไมค์ เพราะถ้าไม่ติดตั้งอุปกรณ์พวกนี้ ก็อาจจะโดนหักคะแนน attendance จากอาจารย์บางประเภทที่คิดอะไรตื้นๆ ไม่รู้จักการประณีประณอม และเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางทางช้างเผือกอ่ะ



มันก็เป็นภาระนิสิตอีก นอกจาก เรื่องลดค่าเทอม 50% ที่มหาลัยจะไม่ลดและเพิกเฉยแล้ว (อมไว้ทำไมก็ไม่รู้ บุคลากรก็ Work from home ค่าน้ำค่าไฟลดไปบานเลย แต่เจียดมาช่วยนิสิตซักหน่อยไม่ได้ — งงมาก ออกข่าวปาวๆ ว่าคืน เด็กทั้งมหาลัยมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วนะว่าคืนตอนไหน) แล้วพอมามีประกาศล่าสุดอันนี้ ว่าจะกลับมาทำการเรียนการสอนที่มหาลัยตามปกติ อาจารย์ที่มากด้วยปัญหาเหล่านี้ ก็เอาตัวเองเป็นที่ตั้งแบบไม่เห็นใจนิสิตอีกรอบ ด้วยการ..."จากประกาศล่าสุดนะครับ / ค่ะ อาทิตย์หน้าเราจะเกลับไปเรียนที่มหาลัยกัน เพราะครูเองก็คิดว่าการเรียนในห้องมันดีกว่า"



คิดสภาพ นิสิต ปี 4 คนหนึ่งที่ (สมมุติว่า) อยู่หนองคาย (อ่ะ แม่สอดก็ได้ เอาแบบไกลสุดไปเลย) และได้ยกเลิกสัญญาหอนอกไปแล้ว (เพราะอยู่หอในไม่ได้ ด้วยสาเหตุว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือหอในเต็ม หรือใดๆ ก็ตาม) เนื่องจากประกาศของมหาลัยก่อนหน้าที่บอกว่าเทอมนี้จะออนไลน์ทั้งเทอม เพราะต้องการจะลดค่าใช้จ่าย และที่บ้านก็กำลังประสบปัญหารายได้อยู่ (ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ ทุกบ้านต่อให้มีเงินหรือไม่มี จะรวยจะจน ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 กันถ้วนหน้าอยู่แล้ว)



คือ ก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ก็อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนออนไลน์ไป เช่น ซื้อคอมใหม่ ซื้อลำโพงใหม่ เป็นต้น (หรืออาจจะไม่เสีย ก็โชคดีไป) พอมาคราวนี้มหาลัยและอาจารย์ประจำวิชาเรียกให้เด็กกลับมาเรียนแบบปุบปับ เค้าก็ต้องเข้ากรุงเทพมาหาหออยู่ใหม่ เพราะหอเดิมยกเลิกสัญญาไปแล้ว ต้องมาจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้า 1-2 เดือนใหม่ เป็นเงินก้อนโต 

ทั้งๆ ที่จะเรียนจบในอีก 4-5 เดือนข้างหน้านี้แล้วอะหรอ



ใช่ เราเห็นด้วย การเรียนออนไลน์มันไม่มีประสิทธิภาพเท่าเรียนในห้อง แถมในรายวิชาที่ต้องมีการทดลอง การปฏิบัติ ก็ทำไม่ได้  แต่การที่รัฐบาล กระทรวง และมหาลัย ออกประกาศชุ่ยๆ และปุบปับแบบนี้ มันก็มักง่ายไปอะ อย่างน้อยก็บอกมาก่อนซักหน่อยปะว่า "ให้เวลาเตรียมตัว 1 เดือน ต้นเดือนมีนาคม เราจะกลับมาเรียนตามปกติที่มหาลัย" แบบนี้ อย่างน้อยก็ยังดีปะ ให้เด็กและอาจารย์ได้คิดหาหนทางในการจัดการชีวิต การเดินทาง และวางแผนค่าใช้จ่ายหน่อยดิ


มหาลัยมันไม่เหมือนโรงเรียนประถมหรือมัธยมนะ คนเรียนมาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศอ่ะ ไม่ได้เหมือนตอนมัธยมที่เราเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน แล้วเดินทางไป-มาได้ง่ายๆ จริงๆ เราก็อยากไปเรียนที่มหาลัยนะ แต่หลังจากที่ทุกอย่างมันเริ่มเข้าที่เข้าทางมาเดือนนึงแล้วอะ การเรียนออนไลน์มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่อมันถูกวางแผนมาดี และทุกคนเริ่มชินกับมันแล้ว พอมาโดนเปลี่ยนปุบปับแบบนี้ บอกเลย ชีวิตเราคนนึงแหละชิบ_ายมาก ไหนจะหอ ไหนจะเรื่องตารางเวลา การเดินทาง และค่าใช้จ่าย



สุดท้าย นอกจากจะขอกราบขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านมาจนถึงตรงนี้ เราก็ขอเสนอว่า การเรียนแบบ Hybrid (แบบผสมผสาน) ก็ดีนะ มีทั้งออฟไลน์ในห้องเรียน และออนไลน์ (จะไลฟ์สด หรืออัดคลิปอะไรก็ว่าไป) แต่! ต้องหาหนทางเพิ่มเติมสำหรับรายวิชาของบางคณะที่ต้องเข้าแลป หรือมีการเรียนเชิงปฏิบัติด้วยนะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถกลับเข้ามาเรียนในกรุงเทพได้ หรือปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ทันทีทันใด ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินเดินทางกลับเข้ามาเรียน จ่ายค่าหอ และค่ามัดจำล่วงหน้า ในสถานการ์แบบนี้ที่มหาลัยไม่แม้แต่จะคืนค่าเทอมให้ (และสำหรับเด็ก ปี4 เทอม 2 แล้ว ความคุ้มค่าก็คือ -10000%) ย้ำนะคะ "ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงิน" ค่ะ ในสภาวะโรคระบาดที่เศรษฐกิจซบเซาแบบนี้เนอะ


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/gNWau34h_mQ

ข่าวยอดนิยม