ในประเทศ

'วิษณุ' โยน ก.คลัง ตอบปมร้อน เรียกคืนเบี้ยคนชราพร้อมดอกเบี้ย

26 ม.ค. 2564

901 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

ดราม่าเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ โดยถูกกรมบัญชีกลางส่งหนังสือเรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนพร้อมดอกเบี้ย ย้อนหลังเป็น 10 ปี ต้องขึ้นศาลต่อสู้คดี บางรายพ้ออาจต้องติดคุกเพราะไม่มีเงินมาคืน
 
จากกรณีนางบวน โล่ห์สุวรรณ อายุ 89 ปี ชาวบ้าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ถูกกรมบัญชีกลาง เรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ รวมดอกเบี้ย เป็นจำนวนเงิน 84,000 บาท เนื่องจากรับบำนาญพิเศษ ภายหลังลูกชายเป็นทหารเสียชีวิตจากเหตุคลังแสงระเบิด โดยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
 
ขณะที่อีกรายหนึ่งคือ นางมะลิ เณรแขก อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท วอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ หลังจากมีหนังสือจากเทศบาลตำบลสรรคบุรี ขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุย้อนหลังไปเป็นเวลา 10 ปี ที่จ่ายให้กับนางชู เณรแขก อายุ 96 ปี  ซึ่งเป็นมารดา ที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท ทั้งนี้ เงินบำนาญดังกล่าวเป็นของลูกชายนางชู ที่เป็นทหารอากาศและได้เสียชีวิตเมื่อปี 2526
 
โดยทาง นายอิสรีย์ ธัมมะจริยา หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลสรรคบุรี โดยเปิดเผยว่ากรณีของ ยายชู เณรแขก ได้มาทำการขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุเมื่อปี 2553 สมัยนั้นมีนโยบายจ่ายให้ผู้สูงอายุทุกคน คือผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จ่ายเป็นขั้นบันไดตามอายุ ตนเองถ้ามีอำนาจอยากแก้ไขระเบียบนี้ เพราะผู้สูงอายุรายนี้ได้เสียชีวิตแล้ว แต่เนื่องจากมีหนังสือจากกรมบัญชีกลาง ส่งมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วได้สั่งการลงมา เราจำเป็นต้องทำเรื่องเรียกเงินคืนตามขั้นตอนหลักเกณฑ์
 
ส่วนอีกราย ผู้สื่อข่าวก็ได้รับการร้องเรียนจาก นายมฤคินทร์ เขียนจอหอ อายุ 42 ปี ลูกชายของ นางประจวบ ผะดาวัลย์ อายุ 73 ปี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลจอหอ ว่าถูกขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่จ่ายให้กับนางประจวบ ผู้เป็นแม่ ย้อนหลังตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นระยะเวลากว่า 11 ปี วงเงินอยู่ที่จำนวน 76,400 บาท รวมดอกเบี้ยคิดเป็น 77,737 บาท 
 
นายมฤคินทร์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้บิดาของตนคือ ร้อยตำรวจตรี สัมพันธ์ ผะดาวัลย์ รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน และได้เสียชีวิตลงจากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เมื่อปี 2515 ทำให้นางประจวบ แม่ของตนได้รับเงินบำนาญพิเศษตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือจากเทศบาลตำบลจอหอ ขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากแม่ของตน 
 
โดยที่ผ่านมาตนเองได้เข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลจอหอแล้ว แต่ทางเทศบาลขอเรียกเก็บเงินคืนในอัตราที่สูง โดยขอเรียกเก็บเงินคืน 3 เดือนแรก ในอัตราเดือนละ 18,000 บาท จากนั้นเดือนที่ 4 เรียกเก็บเงินในอัตราเดือนละ 1,100 บาท ซึ่งตนได้เจราจรขอผ่อนจ่ายเงินก้อนที่ต้องจ่ายคืน 3 เดือนแรก เพราะเป็นอัตราที่สูงเกินไป ครอบครัวของตนจ่ายคืนไม่ไหว แต่ทางเทศบาลไม่ยอม และได้ส่งเรื่องไปฟ้องศาลแขวงนครราชสีมา
 
ทำให้ล่าสุดศาลแขวงนครราชสีมาได้มีหมายเรียกให้ นางประจวบ ผะดาวัลย์ แม่ของตน ในฐานะจำเลย ไปพบที่ศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การแก้ข้อหาแห่งคดี และสืบพยาน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งตน และแม่ของตน พร้อมที่จะเดินทางไปศาล เพื่อให้ศาลช่วยเป็นที่พึ่ง และช่วยพูดคุยเจราจรไกล่เกลี่ยด้วยความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตน
 
ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าสว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ ต้องไปถามรายละเอียดจากกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง แต่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ในสำนักงานของตนเองว่าเรียกคืนกี่บาท ซึ่งได้ยินมาว่าหลักแสน ถือเป็นเงินจำนวนมาก
 

ข่าวยอดนิยม