การเมือง

‘ไมค์ ภาณุพงศ์’ บุกคลัง จี้ออกมาตรการเยียวยาโควิดถ้วนหน้า ขีดเส้น 1 สัปดาห์

23 ม.ค. 2564

1.3K view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ (22 ม.ค.) ที่กลุ่มราษฎรนำโดยไมค์ ระยอง นำจดหมายเปิดผนึกจากราษฎรถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรื่องขอให้ลดงบสถาบันกษัตริย์และงบกองทัพเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามฉุกเฉิน โดยมี น.ส.เฉลิมรัตน์ อิ่มนุกูลกิจ ผอ.ส่วนบริหารการพัสดุ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับหนังสือและลงนามเซ็นรับ
 
โดยในเนื้อจดหมายมีจุดประสงค์เพื่อให้นำเงินงบประมาณมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้แก่ เยียวยาประชาชนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ด้วยเงินรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าเดือนละ 3500 บาทเป็นเวลา 3 เดือน ใช้งบราว 525,000 ล้านบาท ร่วมกับงบประมาณที่คงเหลือ จากพ.ร.ก.เงินกู้, นำเข้าและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม, ลดหรือช่วยอุดหนุนค่าครองชีพของประชาชนทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโดยสาร อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน และลดค่าเล่าเรียนพร้อมอุดหนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเรียนออนไลน์ให้กับนักเรียนนักศึกษา
 
โดยระบุว่าให้เวลาถึงวันศุกร์หน้า 29 มกราคม 2564 ให้รัฐบาลออกมาประกาศมาตรการช่วยเหลือที่ร้องขอออกมาอย่างชัดเจน หากไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆกับข้อเรียกร้องดังกล่าว จะรวมกลุ่มราศฎรจำนวนมาก มาเรียกร้องที่กระทรวงการคลังอีกครั้ง
 
ทั้งนี้ได้มีตัวแทนจากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนได้มาร่วมเรียกร้องให้ระบบการอุดหนุนของรัฐบาลเป็นเงินสดไม่ใช่การใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น เนื่องจากหลายคนไม่มีสมาร์ทโฟน รวมไปถึงกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยมาร่วมด้วย
 
สำหรับข้อเสนอ 3 ข้อประกอบด้วย 1. เยียวยาประชาชนอย่างถ้วนหน้าเท่าเทียม โดยให้รัฐเยียวยาประชาชนผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยมาตรการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 525,000 ล้านบาท ซึ่งหากมีการตัดลดและโยกย้ายงบที่ไม่จำเป็นก็จะมีงบประมาณเพียงพอ 2. นําเข้าและกระจายวัคซีนโควิด-19 แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม และ 3. ช่วยอุดหนุนค่าครองชีพของประชาชน ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโดยสาร อย่างน้อย 3 เดือน และสำหรับนักเรียน นักศึกษาจะต้องมีการลดค่าเล่าเรียน พร้อมทั้งช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเรียนออนไลน์
 
ขณะที่ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เดินทางจัดกิจกรรม "จ่ายภาษีแบบบังคับ รับสวัสดิการแบบชิงโชค" บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อต้องการยื่นหนังสือ "แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน" ถึงประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย โดยมีเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เป็นผู้รับหนังสือ พร้อมกล่าวว่า ในสภาได้เปิดโอกาส ส.ส.หารือกับสภา ถึงความเดือดร้อนของประชาชนอยู่แล้ว แต่ซึ่งในเรื่องนี้ตนจะนำไปเสนอนายชวนต่อไป
 
โดยตัวแทนเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้มีการพูดถึงความเดือดร้อนของประชาชนกับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับความต้องของประชาชน ซึ่งการมายื่นที่รัฐสภาเพราะเห็นว่าที่แห่งนี้ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้ เพราะมี ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน และมีหน้าที่ท้วงติงรัฐบาลในมาตราการที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เช่นโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราชนะ ที่เป็นการโอนเงินเข้าแอพเป๋าตังค์ ไม่ใช่การให้เงินสดที่ประชาชนต้องการมากกว่า รัฐบังคับให้ประชาชนจ่ายภาษี แต่รัฐให้สวัสดิการแบบชิงโชค ต้องแย่งกันลงทะเบียน ในช่วงเวลานี้อยากให้ยกเลิกนโยบายเกี่ยวกับกองทัพไปก่อน อีกทั้ง นโยบายสร้างหนังก็ไม่ควรมี ควรนำเงินที่สร้างหนังมาช่วยเหลือประชาชนมากกว่า ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก รัฐบาลไม่มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยาอย่างชัดเจน
 
ทั้งนี้ทางกลุ่มเครือข่ายฯ จึงได้มีข้อเสนอทางรัฐบาลช่วยเหลือประชาชนดังต่อไปนี้ 
1.ต้องยกเลิกการพิสูจน์ความจน เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤติโควิด-19 
2.ประชาชนทุกสาขาอาชีพจะต้องได้รับการเยียวยาอย่างเสมอภาค และมีความรวดเร็ว
3.ในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน การเยียวยา ช่วยเหลือประชาชนจะต้องเป็นเงินสด ที่ประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อบรรเทาตามความเคือดร้อนของแต่ละคน
4.รัฐบาลต้องพักหนี้ให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อการดำรงอยู่ของ "SME" สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิง เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ นักดนตรี และคนที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง 
5.รัฐบาลต้องมีมาตรการให้กลุ่มทุนใหญ่อย่างธนาคารเอกชนต่างๆ รวมถึงธนาคารของรัฐพักหนี้ให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน 
6.รัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องหยุดใช้งบประมาณของประเทศไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นโครงการ เช่น หยุดจัดซื้อจัดจ้างอาวุธ รถถัง รวมถึงการหยุดสร้างหนังรักชาติ ที่ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้
 
 
ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/RnNhP4pKQ_k

ข่าวยอดนิยม