อาชญากรรม

ผู้ต้องหาอนาจาร ด.ญ.วัย 11 ปี ผูกคอดับคาห้องขัง เครียดหนักถูกชาวบ้านตะโกนสาปแช่ง ขณะนำตัวทำแผน

22 ม.ค. 2564

3.9K view

ขันข่าวเช้าตรู่

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 04.30 - 05.30 น.

อยุธยา - เอ บางเดื่อ หรือ นายนิรุต เขียวสวาท อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำอนาจารเด็กหญิง ป5 อายุ 11 ปี ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุ ได้ทำการสอบสวนและคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ถูกนำตัวควบคุมไว้ในห้องขังของโรงพักนครหลวง เพียงคนเดียวในห้องขังเพื่อส่งฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้ 
 
 
แต่ปรากฏว่านายนิรุต หรือ เอ บางเดื่อ ผู้ต้องหา ได้ใช้เชือกร้อยกางเกงนำมาพันรอบคอ 3 รอบ แล้วมัดเงื่อนตายจนขาดอากาศหายใจนอนเสียชีวิตในห้องขัง ในสภาพนุ่งกางเกงยืดขาสั้น ใส่เสื้อยืดสีเหลือง พนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ญาติ อัยการ นายอำเภอ แพทย์ และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมชันสูตรตรวจสอบศพไม่พบว่าตัวแข็งแล้ว ไม่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างไร แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง
 
 
ซึ่งสิบเวรเฝ้ารักษาหน้าห้องขังบอกว่าภายในห้องขังมีนายนิรุต ผู้ต้องหาขังอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง ช่วงเวลา 18 นาฬิกา ยังได้เข้าไปตรวจสอบดูความเรียบร้อยพูดคุยกับผู้ต้องหา และเห็นว่าผู้ต้องหาใส่เสื้อแขนยาวได้นำเอาออกให้ใส่เสื้อแขนสั้นแทนเกรงว่าจะใช้เสื้อแขนยาวก่อเหตุผู้คอ แต่ไม่ได้เอะใจกางเกงผู้ต้องหายังมีเชือกร้อยหูกางเกงสวมใส่อยู่ด้วย จึงได้นำมาใช้มัดคอตัวเองอย่างสยดสยอง มาทราบว่านายนิรุต หรือ เอ บางเดื่อ มัดคอตัวเองเสียชีวิต 
 
 
ตอนช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. พนักงานสอบสวนโรงพักบางปะหัน อยุธยา ได้เดินทางมาขอสอบปากคำผู้ต้องหา ที่ได้ถูกผู้เสียหายแจ้งความทำอนาจารไว้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 63 ในท้องที่โรงพักบางปะหัน ได้ถูกอายัดตัวไว้หลังจากถูกจับกุมได้ เมื่อสิบเวรเข้าไปเรียกไม่มีเสียงโต้ตอบ เปิดประตูเข้าไปพบว่านอนเสียชีวิตแล้ว คาดว่าผู้ต้องหาคงจะเครียดที่ก่อเหตุกับเด็กถูกจับกุมได้ และระหว่างที่ตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีชาวบ้านนับร้อยคนแห่มารอดูหน้าคนร้ายได้ร้องตะโกนด่าสาปแช่งต่างๆ นา ๆ แล้วฮือเข้ารุมประชาทัณฑ์ตำรวจต้องรีบนำตัวขึ้นรถออกจากจุดทำแผนในจุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ 
 
 
ขณะตำรวจขับรถตุ้ตะเวนทำแผนในจุดที่ 3 จุดสุดท้ายทั้งญาติ ชาวบ้านยังคงขับรถตามตะโกนด่า สาปแข่ง เป็นระยะ ขณะตำรวจคุมตัวมาถึงโรงพัก ชาวบ้านและญาติยังคงโกรธแค้นผู้ต้องตามมาด่าสาปแช่งและพยายามจะเข้าไปรุมทำร้ายผู้ต้องหาตำรวจต้องนำกำลังเข้ามาปิดล้อมกันชาวบ้านออกพ้นภายในโรงพักนำตัวผู้ต้องหาไปคุมไว้ในห้องขัง ชาวบ้านและญาติทั้งหมดจึงได้แยกย้ายกลับบ้าน เลยทำให้ผู้ต้องหาเครียดมัดคอตัวเองหนีความผิดด้วยความเครียดถูกคนด่าสาปแช่ง ซึ่งญาติผู้ต้องหาไม่ติดใจการเสียชีวิต แต่อย่างไรขอรอผลการชันสูตรการเสียชีวิตอย่างละเอียดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ปทุมธานีว่าออกมาอย่างไร

ข่าวยอดนิยม