ในประเทศ

ศาลสั่งประหารชีวิต 'พ.ต.ท.บรรยิน' คดีฆาตกรรม 'เสี่ยชูวงษ์' พี่สาวเผยรอคอยมาอย่างยาวนาน

21 ม.ค. 2564

438 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

วันที่ 20 ม.ค. ศาลอาญาพระโขนงได้อ่านคำพิพากษา พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ จำเลยในคดีฆาตรกรรม นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หลังจากพิเคราะห์จากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญทุกแขนง แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริง จึงตัดสินให้ประหารชีวิตสถานเดียว
 
 
เนื่องจากจำเลยหวังทรัพย์สินของผู้ตาย โดยวางแผนฆาตรกรรมอำพราง โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ถูกตัดสินจำคุกในคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์โดยมิชอบ 8 ปี และถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆาตกรรมพี่ชายผู้พิพากษา 
 
 
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้ฆาตรกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เพื่อนร่วมรุ่น วปอ. และ วตท. แต่การเสียชีวิตมาจากอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 
 
 
เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่พี่สาว และครอบครัวของนายชูวงษ์ เดินหน้าทวงหาความยุติธรรมให้ผู้ตาย วันนี้ศาลอาญาพระโขนงได้อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐานทางนิติศาสตร์อย่างละเอียด จากผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ตั้งแต่เวลาออกจากสนามกอล์ฟ เป็นเวลา 20.11 น. ไม่ใช่เวลา 21.00 น. ตามที่จำเลยอ้าง
 
 
และเวลา 20.29 น. ถึง 21.29 น. ช่วง 1 ชั่วโมง พบว่า พ.ต.ท.บรรยิน อยู่ย่านบางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีการติดต่อกับ น.ส.อุรชา ซึ่งมีหลักฐานในสำนวนคดีว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว กับ พ.ต.ท.บรรยิน และจากสนามกอล์ฟมาจุดเกิดเหตุจะใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น แต่เหตุใดจึงแจ้งว่ารถชนต้นไม้ในเวลา 22.00 น.
 
 
ทั้งผลพิสูจน์ความเร็วพบว่า พ.ต.ท.บรรยิน ขับมาด้วยความเร็ว 29 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่พบรถตัดหน้า จนต้องหักเลี้ยวเข้าไปชนต้นไม้ ตามที่จำเลยอ้าง เพราะสภาพพื้นที่ต้องตั้งใจขับ จับพวงมาลัยถึงขับเข้าไปได้ อีกทั้งบาดแผลทั้งคอหัก ซี่โครงหัก พบหยดเลือดจำนวนมาก หากเป็นอุบัติเหตุต้องมีเลือดกระเซ็นบ้าง ส่วนอาหารยังเต็มกระเพาะ หากเสียชีวิตในเวลาที่ชนต้นไม้อาหารน่าจะย่อยแล้ว ข้ออ้างของจำเลยจึงไม่สอดคล้องว่าชูวงษ์ เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ แต่เสียชีวิตเพราะถูกของแข็งกระแทกศีรษะและถูกรัดที่คอ 
 
 
ศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยกระทำผิดด้วยความโลภ อยากได้ในทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นอย่างมาก โดยวางแผนสร้างเรื่องอำพรางคดีว่าเกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อถูกจับกุมก็มิได้สำนึก กลับปฏิเสธและต่อสู้คดีมาโดยตลอด อีกทั้งจำเลยยังเคยรับราชการเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร มีความรู้ด้านกฎหมาย จึงควรต้องมีสำนึก แต่จำเลยกลับกระทำผิดโดยมิได้ยำเกรงกฎหมาย จึงพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว
 
 
หลังฟังคำพิพากษา พ.ต.ท.บรรยิน ไม่ได้มีสีหน้าวิตก และมีพูดอุทานบางคำออกมา ขณะที่พี่สาวของนายชูวงษ์ ระบุว่าเป็นคดีที่รอคอยมาอย่างยาวนาน และได้เรียกร้องความยุติธรรมและภาพลักษณ์ให้น้องชายสำเร็จแล้ว
 
 
นอกจากนี้ ศาลยังพิเคราะห์ว่า พ.ต.ท.บรรยิน น่าจะร่วมกับพรรคพวก ฆาตกรรมนายชูวงษ์ เพราะลักษณะรูปร่างนายชูวงษ์ไม่สามารถก่อเหตุคนเดียวได้ โดยมีมูลเหตุจูงใจมาจากการที่ พ.ต.ท.บรรยิน ต้องการในทรัพย์สินซึ่งเป็นหุ้นของนายชูวงษ์ เพื่อโอนให้กับ น.ส.อุรชา และ น.ส.กัณฑณา ที่ในสำนวนคดีมีพยานพิสูจน์ทราบว่า ทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลย
 
 
 
 

ข่าวยอดนิยม