เศรษฐกิจ

มาดูให้หายงง! เช็คเลยอยู่กลุ่มไหน ได้สิทธิ์ 'เราชนะ' ฟังชัดๆ ทำไมไม่แจกเงินสด

20 ม.ค. 2564

5.9K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงรายละเอียดโครงการเราชนะ มุ่งเน้นช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพ เดือนละ 3,500 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 2 เดือน กลุ่มเป้าหมาย 31.1 ล้านคน คาดว่าจะใช้กรอบวงเงินดำเนินการ 2 แสน 1 หมื่นล้านบาท

 

จะครอบคลุมในทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพรับจ้าง , อาชีพอิสระ ผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย และเกษตรกร พร้อมกำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ์ ได้แก่

 

-สัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์

-ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

-ไม่เป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ

-ไม่ใช่เป็นผู้รับเงินบำนาญ

-ไม่เป็นผู้มีเงินได้เกิน 3 แสนบาท และมีเงินฝากทุกบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท

 

ทั้งนี้ผู้รับสิทธิ์ ได้แยกออกมาเป็น 3 กลุ่ม คือ

 

1.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะได้รับเงินอัตโนมัติ 7 พันบาทต่อคน ซึ่งผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเพิ่มสัปดาห์ละ 675 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 2,700 บาทต่อคนต่อเดือน

 

ส่วนกลุ่มที่เกิน 30,000 บาทแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท จะได้รับเงินเพิ่มเป็น 700 บาทต่อสัปดาห์ หรือ คิดเป็น 2,800 ต่อเดือน

 

2.ผู้ที่มีฐานข้อมูลร่วมโครงการภาครัฐ เช่นโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน แต่จะต้องผ่านการคัดกรองตามคุณสมบัติก่อน โดยจะเริ่มโอนเงินงวดแรกในวันที่ 18 ก.พ.2564 และได้รับเงินสัปดาห์ละ 1 พันบาทจนครบ 7 พันบาทต่อคน

 

3.ผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการภาครัฐ จะต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เราชนะ ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. - 12 ก.พ.2564 โดยจะได้รับโอนเงินงวดแรกผ่านแอปเป๋าตังในวันที่ 18 ก.พ.นี้เช่นกัน และจะโอนเงินช่วยเหลือทุกวันพฤหัสของสัปดาห์จนครบ  

 

ส่วนการใช้สิทธิ์นั้น จะเป็นรูปแบบคล้ายกับโครงการคนละครึ่งที่ดำเนินการ แต่จะเพิ่มเติมนอกจากการซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมแล้ว ยังสามารถใช้บริการ ขนส่งสาธารณะ และส่วนบุคคล เช่น วินรถจักรยานยนต์ และ รถแท็กซี่ ที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เราชนะ ทั้งนี้ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ดังกล่าว จะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค.2564

 

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เหตุผลว่า โครงการเราชนะ จะแตกต่างจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่เคยช่วยเหลือในการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก โดยจะโอนเงินและใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แทนการแจกเป็นเงินสด ซึ่งให้เหตุผลว่า “ไม่อยากให้สัมผัสเงินในช่วงการระบาดของโควิด และกำกับการใช้จ่ายเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนตัวเล็ก เป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต”

 

ส่วนเมื่อถามว่าสำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนที่ลงทะเบียนได้ นายสุพัฒนพงษ์ ระบุว่า เตรียมประสานพูดคุยกับค่ายมือถือ เพื่ออำนวยความความสะดวกจำหน่ายในราคาถูกให้ ซึ่งเชื่อว่าคนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก “หากส่วนที่เหลือจะต้องใช้เวลาจัดหาโทรศัพท์มือถือ คงใช้เวลาไม่นาน และสำคัญต้องมองสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ”

 

 

รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YqUoYXN4NjU

ข่าวยอดนิยม