ในประเทศ

เผยคลิปนาทีไล่จับเซียนพนัน ไม่สวมแมสเล่นไฮโล กระโดดน้ำหนีกระเจิง

18 ม.ค. 2564

341 view

ข่าว 3 ยามเช้า

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 04.30 - 05.30 น.

สมุทรสงคราม - เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับตำรวจ สภ.อัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบเล่นพนันไฮโลส่งเสียงดังเป็นที่หนวกหูชาวบ้าน จึงสนธิกำลังวางแผนจับกุมพบผู้ลักลอบเล่นการพนันจำนวนมากมีทั้งชายและหญิง ส่วนหนึ่งมีผู้สูงอายุกำลังนั่งมั่วสุมเล่นไฮโลกันอย่างหน้าดำคล่ำเครียด แต่ละคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย 
 
 
ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่เซียนพนันก็แตกฮือเหมือนผึ้งแตกรังต่างคนต่างวิ่งหลบหนีการจับกุม ส่วนหนึ่งกระโดดลงคลองวัดประดู่ เช่น นางสาวพจนา เพื่อห่างหาย อายุ 55 ปี กระโดดลงคลองวัดประดู่ และว่ายน้ำหลบเข้าไปซ่อนตัวในกอผักตบชวา แม้เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ขึ้นฝั่งแต่ก็หลบซ่อนเงียบอยู่นาน เจ้าหน้าที่เกรงว่านางสาวพจนาจะเป็นตะคริวจมน้ำเสียชีวิต จึงลงไปพาตัวขึ้นฝั่ง โดยนางสาวพจนาอ้างว่า “มากินขนม พอเห็นตำรวจก็ตกใจเห็นเขาวิ่งตนก็วิ่งหนีบ้างและกระโดดลงน้ำ” 
 
 
นอกจากนี้บางรายยังว่ายน้ำข้ามคลองไปอีกฝั่งได้แต่เจ้าหน้าที่ก็ตามจับกุมตัวมาได้ ขณะที่บางรายก็อ้างว่า เพิ่งมาจากกรุงเทพฯ บางรายก็อ้างมาส่งลูกชิ้น
 
 
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถจัมกุมได้ รวม 5 ราย คือ นายกิตติธนภูมิ เกตุสุวรรณ์ อายุ 41 ปี เป็นชาวจังหวัดสมุทรสาคร รับเป็นเจ้าของบ้านผู้จัดให้มีการเล่นพนันไฮโล, นายสุพัฒน์ แก้วสมภักดิ์ อายุ 67 ปี รับเป็นเจ้ามือ นายสุชิต เพื่อห่างหาย อายุ 58 ปี, นางสาวพจนา เพื่อห่างหาย อายุ 55 ปี และนางสาวเรวดี วรรณะ อายุ 56 ปี ทั้งหมดเป็นชาวตำบลวัดประดู่ พร้อมด้วยของกลางลูกเต๋า จำนวน 3 ลูก ถ้วยและฝาครอบ จำนวน 1 ชุด, แผ่นบอกแต้ม 1 แผ่น, เงินสด 1,400 บาท 
 
 
เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าช่วงนี้มีการติดเชื้อโควิด-19 ไปไหนไม่สะดวกจึงอาศัยช่วงเวลาว่างนัดกันมาเล่นไฮโลแก้เครียด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งหาว่า ร่วมเล่นการพนันไฮโลว์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันรวมตัวมั่วสุมอันก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ตามประกาศจังหวัดสมุทรสงคราม เรื่อง มาตรการเร่งด่วนเชิงพื้นที่ในการควบคุมการแพร่ระบาตใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ฉบับที่ 3 และฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15 ข้อ 3 ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือการกระทำ ดังกล่าวอันเป็นการให้เกิดการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย 
 
 
ทั้งนี้ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวยอดนิยม