การเมือง

เริ่มแล้ว! เปิดให้แรงงานข้ามชาตินอกระบบขึ้นทะเบียนทำงานในไทย ป้องกันโควิด-19

16 ม.ค. 2564

434 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

วันนี้เป็นวันแรกที่กระทรวงแรงงาน เปิดให้แรงงานนอกระบบ หรือแรงงานผิดกฎหมายในประเทศไทย จากสัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ขึ้นทะเบียนเพื่อทำงานในประเทศไทยต่อไปได้อีก 2 ปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่การคัดกรองโควิด-19 และเปิดให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 กุมภาพันธ์ เท่านั้น
 
วันแรกของการเปิดให้แรงงานต่างด้าวในประเทศไทย 3 สัญชาติ คือลาว เมียนมา และกัมพูชา ที่ทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายขึ้นทะเบียนแรงงานได้และไม่เอาผิดย้อนหลัง โดยจะทำงานอยู่ในประเทศไทยได้ อีก 2 ปี 
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่าการขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบมีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมการระบาดโควิด-19 ป้องกันการหลบลงนอกระบบ แต่หากพ้นกำหนดวันที่ 13 กัมพูชาแล้ว นายจ้างยังไม่ลงทะเบียน หรือแรงงานยังไม่ลงทะเบียน เพื่อหานายจ้าง ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
 
ขั้นตอนลงทะเบียน กรณีแรงงานมีนายจ้าง ให้นายจ้างแจ้งบัญชีรายชื่อแรงงาน ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมแนบรูปถ่ายแรงงาน และพิมพ์เอกสารใบแจ้งชำระเงินค่าใบอนุญาตทำงาน ระหว่าง 15 มกราคมถึง13 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น จากนั้นนายจ้างต้องพาแรงงงานตรวจคัดกรองโควิด-19 และโรคต้องห้าม 6 โรค ตามวิธีที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมซื้อประกันสุขภาพ 2 ปี รวมค่าใช้จ่าย 7,200 บาท ส่วนกิจการประมง 7,300 บาท และต้องดำเนินการภายใน 16 เมษายนนี้ รายละเอียดกรณีนายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียน ต้องดำเนินการผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น
 
ส่วนแรงงานที่ไม่มีนายจ้าง ดำเนินการได้ด้วยวิธีคล้ายกัน แต่ระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านสมาร์โฟนได้ โดยมีภาษาไทย อังกฤษ เมียนมา ลาว และกัมพูชา
 
ข่าว 3 มิติ สอบถามเสียงสะท้อนจากแรงงานข้ามชาติ ซึ่งดีใจที่จะเปิดให้ลงทะเบียน เหมือกันนิรโทษกรรม แต่หลายคนกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่าย และหลายคนต้องว่าจ้างนายหน้าช่วยลงทะเบียนให้ 
 
สำหรับการลงทะเบียนแรงงานครั้งนี้ มีระยะเวลาทำงานชั่วคราว 2 ปี มีเป้าหมายเพื่อตรวจคัดกรองโควิดเป็นหลัก ทำให้ แม้ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านวีซ่า เหมือนแรงงานในภาวะปกติ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายจากการตรวจโควิด เพิ่มเข้ามา ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ข่าวยอดนิยม