ต่างประเทศ

'ทรัมป์' กับจุดด่างพร้อยของประชาธิปไตย ตอกย้ำด้วยเหตุการณ์ปลุกม็อบบุกสภา

09 ม.ค. 2564

447 view

เรื่องเด่นเย็นนี้ เสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ วันเสาร์-อาทิตย์ : 18.00 - 18.20 น.

นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จนผลออกมาชัดเจนแล้วว่า สหรัฐฯ ได้โจ ไบเดน เป็นผู้นำคนใหม่ แต่กว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะยอมประกาศถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ประเทศก็ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก และสิ่งที่ทรัมป์ทิ้งไว้ก่อนหมดวาระคือ ความแตกแยกที่ร้าวลึกในสังคมอเมริกัน
 
ทั่วโลกต่างช็อกกับเหตุการณ์ในสหรัฐฯ เมื่อม็อบที่สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าก่อเหตุจลาจลในรัฐสภา ซึ่งกำลังมีการอภิปราบรับรอง โจ ไบเดน หลัง ทรัมป์ ใช้คำพูดที่ยั่วยุ ว่าเขาถูกปล้นชัยชนะ สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นที่วิจารณ์ของคนทั่วโลกและสั่นคลอนประชาธิปไตยของประเทศอย่างทีไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
 
นิตยสาร TIME นำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภา พร้อมขึ้นข้อความว่า 'ประชาธิปไตยกำลังถูกโจมตี' สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้นำระดับสูงรีพับลิกันยอมรับไม่ได้ รัฐมนตรี 2 กระทรวง คือ คมนาคม และ การศึกษา ประกาศลาออก ขณะที่พันธมิตรทางการเมืองทรัมป์อีกหลายคนก็ทยอยลาออกเช่นกัน
 
แม้ที่สุดแล้ว ทรัมป์ จะยินยอมถ่ายโอนอำนาจให้คณะผู้บริหารชุดใหม่ และมีการรับรองชัยชนะ โจ ไบเดน แล้ว แต่เหจุจลาจลที่รัฐสภาก็ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย 1 ในนั้นมีตำรวจ 1ราย จะเป็นเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ และเป็นจุดด่างพร้อยของสหรัฐฯ ประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นต้นแบบประชาธิปไตยของโลก
 
ในขณะที่ฝั่งเดโมแครต เรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 ปลด ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งก่อนจะถึงพิธีสาบานตนของ ไบเดน ในวันที่ 20 ม.ค. 64 แต่รองประธานาธิบดี เพนซ์ ปฏิเสธ ทำให้เดโมแครต ประกาศใช้ กระบวนการอิมพีชเมนต์ กับ ทรัมป์ เป็นครั้งที่ 2 โดยจะเริ่มการร่างญัตติในวันจันทร์นี้ที่ 11 ม.ค. 64
 
ขณะที่เหลือเวลาอีก 10 วันจะถึงพิธีสาบานตนไบเดน ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นอีกหรือไม่ เนื่องจาก ทรัมป์ ยังคงทวีตข้อความที่มีลักษณะของการปลุกระดม ยั่วยุ หลังถูกระงับการใช้งานไป 12 ชั่วโมง เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทางทวิตเตอร์ระงับบัญชี ทรัมป์ อย่างถาวร

ข่าวยอดนิยม