การเมือง

อดีตนายกฯ 'สมชาย' เรียกร้องทุกฝ่ายเสียสละ ชี้วิกฤตการเมืองวันนี้เป็นวิกฤตศรัทธา

31 ธ.ค. 2563

1.5K view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวิกฤตการเมืองของประเทศในขณะนี้ ว่าเป็นวิกฤตศรัทธา ระหว่างประชาชนและรัฐบาล ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เป็นปัญหาระหว่างสีเสื้อ  
 
 
ดังนั้นคนแรกที่จะต้องแก้ปัญหาคือรัฐบาล นอกจากนี้ต้องอาศัยคนที่มีศักยภาพเป็นคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้เข้ามาร่วมกันช่วยกันแก้ปัญหา ทุกคนต้องช่วยกันรักษาบ้านเมืองไว้ให้ได้ อะไรที่ไม่ดีต้องช่วยกันปรับปรุงแก้ไข สำคัญที่สุดต้องมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาต้องตั้งใจที่จะให้ปัญหานั้นจบ โดยไม่หมักหมมเหลือค้างคา ที่ผ่านมาประเทศก็มีปัญหามาตลอดแต่ก็หมักหมม แก้ปัญหาไม่จบ บางครั้งเลยเถิดไปถึงการทำรัฐประหารเพราะคิดว่าสามารถจบปัญหาความขัดแย้งได้ แต่ตนเองมองว่าการรัฐประหารไม่ใช่การจบปัญหา ยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย เพราะปัญหาจริง ๆ ยังไม่ถูกแก้ไข
 
 
"สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องตั้งใจจริงต้องยอมเสียสละทุกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครจะได้อะไรตามที่ต้องการ ทุกฝ่ายต้องฟังเสียงซึ่งกันและกัน รัฐบาลต้องฟังเสียงเรียกร้องจากประชาชน และประชาชนเองก็ต้องฟังเสียงจากรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีคนกลางเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด หรือเป็นที่ยอมรับกันได้ของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างไม่รับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน หากไม่มีใครฟังกันปัญหาก็จะไม่จบ"
 
 
ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนมากไม่ได้จบลงด้วยความรุนแรง แต่จบลงด้วยการประนีประนอมซึ่งเป็นสิ่งที่ดี
 
 
วันนี้หากยังมีการตั้งข้อหากับผู้ชุมนุม หรือสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง ยิ่งเป็นการเพิ่มอารมณ์ความขัดแย้ง และลดทอนบรรยากาศที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา เพราะการแก้ไขปัญหาจะต้องมีบรรยากาศที่ดี ทั้งสองฝ่ายต้องอะลุ่มอล่วยซึ่งกันและกัน เพราะวันนี้ยังมองไม่เห็นบรรยากาศที่จะนำไปสู่การปรองดองหรือการเสียสละของแต่ละฝ่าย
 
 
"เราต้องยอมเสียสละเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อให้ตนเองชนะ แต่เพื่อประเทศ รัฐบาลก็ต้อง.... ขณะที่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมก็ไม่ควรสุดโต่งจนเกินไป จนไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้  หากทุกฝ่ายมุ่งหวังเอาชนะปัญหาก็จะไม่จบ ต้องมีความจริงใจตั้งใจยอมเสียสละแม้ส่วนที่คิดว่าจะเป็นส่วนของเรา ก็ต้องยอมเพราะไม่มีใครได้อะไรทั้งหมด"
 
 
นายสมชายยังกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ว่า เมื่อมีความขัดแย้ง ไม่ว่าจะประชาชนด้วยกันเองหรือประชาชนกับรัฐบาล รัฐบาลจะต้องเป็นคนเริ่มกระบวนการปรองดองสมานฉันท์ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าปัญหาความขัดแย้งจะยังไม่ลดลงเพราะยังไม่เห็นความจริงใจจากรัฐบาล มีเพียงการตั้งข้อหาการจับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อย่างไรก็ตามหากใครกระทำผิดก็ว่ากันตามกระบวนของกฎหมาย ไม่ใช่ทำเพื่อสยบการเรียกร้องของผู้เรียกร้อง
 
 
เมื่อรัฐบาลไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก็ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานเพื่อตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์ และได้มีการประสานมายังตนเอง อะไรที่เป็นประโยชน์ ตนเองก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ส่วนตัวมองว่ากรรมการสมานฉันท์ที่กำลังจะตั้งขึ้นเป็นเรื่องยาก เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายส่วนทั้งจาก ส.ส.ของพรรครัฐบาลเอง ขณะที่ผู้ชุมนุมซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงก็ไม่เข้าร่วม เช่นเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ประกาศชัดเจนว่าไม่เข้าร่วมจึงเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จได้ 
 
 
นายสมชาย กล่าวย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องไม่สุดโต่ง และไม่มุ่งหมาย รักษาสถานภาพของตนเองแต่ต้องรักษาสถานภาพของบ้านเมืองและประชาชน ที่ผ่านมาการรัฐประหารก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพราะรัฐประหารมาหลายครั้งแล้ว แต่ความขัดแย้งก็ยังคงอยู่ รัฐบาลเมื่อมาตามระบอบประชาธิปไตยต้องสำนึกว่าประชาชนเป็นใหญ่ เมื่อประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา ว่าจะเสียสละลาออกหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล และเปิดช่องให้เกิดบรรยากาศนำไปสู่การปรองดอง
 
 
วันนี้ตนไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีไม่ดี แต่วันนี้เป็นเรื่องของวิกฤตศรัทธา ความไม่เชื่อมั่นทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ หากนายกรัฐมนตรียอมถอยเพื่อให้วิกฤตศรัทธานั้นหมดไป เมื่อปัญหาหมดไป การเมืองกลับเข้าสู่ความมั่นคง พลเอกประยุทธ์ก็สามารถกลับเข้าสู่การเมืองได้อีกครั้งผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง และเชื่อว่าข้อครหาต่าง ๆ ก็จะหายไปด้วย
 
 
"วันนี้ทุกคนต้องพิจารณาว่าอะไรเป็นปัญหาส่วนตัว อะไรเป็นปัญหาส่วนรวมและอะไรเป็นปัญหาของประเทศ ก็ขอให้สละเรื่องส่วนตัวออก เอาประเทศชาติเป็นหลัก รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเรื่องปากท้องประชาชนและสิทธิเสรีภาพ ขณะที่ประชาชนเอง ก็ต้องบอกว่ารัฐบาลทำหน้าที่แม้บางอย่างอาจจะไม่ถูกใจ หากทุกฝ่ายตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหา เสียสละเรื่องส่วนตัวเชื่อว่าวิกฤตจะคลี่คลายลงได้บ้าง"

ข่าวยอดนิยม