ในประเทศ

แม่เด็ก 3 ขวบ ถูกครูปิดประตูหนีบนิ้วขาด ยันจะเอาเรื่องถึงให้ถึงที่สุด

02 ต.ค. 2563

14.1K view

ข่าววันใหม่

ออกอากาศ วันจันทร์-เสาร์: 00.35 - 01.30 น.

เชียงราย-ความคืบหน้ากรณี ด.ช.อายุ 3 ปี ถูกคุณครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนปิดประตูห้องหนีบนิ้วมือข้างซ้าย จนทำให้ปลายนิ้วมือขาด เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ทางคุณแม่ของน้องวัย 3 ขวบ ยืนยันจะไม่ยอมความ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
 
กรณี น้องเอเค อายุ 3 ปี ซึ่งเคยเรียนอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองเชียง จ.เชียงราย ถูกคุณครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนปิดประตูห้องหนีบนิ้วมือข้างซ้ายทำให้ปลายนิ้วมือขาดหลุดไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่การเจรจาความช่วยเหลือและการเยียวยาระหว่างผู้ปกครองกับทางโรงเรียนไม่ลงตัว ทำให้เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ทางผู้ปกครองไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง เชียงราย เพื่อให้มีการดำเนินคดีตามกฎมายกับทางโรงเรียนและครูผู้สอน
 
ล่าสุด ทางนางพิมญาดา รุซโซ่ว์ อายุ 37 ปี แม่ของน้องเอเค ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อขอใบรับรองแพทย์ผลการตรวจรักษาอาการของน้องเอเค เพื่อประกอบสำนวนในคดี โดยเฉพาะประเด็นการรักษา ซึ่งหากมีการรักษาเกิน 24 วัน ก็อาจเข้าข่ายบาดเจ็บสาหัส จะมีการตั้งข้อกล่าวหาตามอาการที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทางผู้ปกครองได้มีการนำภาพถ่ายรอยบาดแผลนิ้่วมือของน้องเอเค และภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพิจารณาในการสำนวนการสอบสวนแล้ว
 
โดยทางนางพิมญาดา กล่าวว่าทางครอบครัวจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับทางครูผู้ช่วยที่ปิดประตูหนีบมือน้องเอเคและทางสถานศึกษา เนื่องจากทางสถานศึกษาไม่ปฎิบัติตามที่พูดคุยกัน โดยนัดที่จะแจ้งผลการช่วยเหลือและแนวทางเยียวยาก่อนเที่ยงวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา แต่ทางโรงเรียนก็ยังเงียบ ทางตนพยายามทักไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ก็ไม่ตอบ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ 
 
ส่วนกรณีที่ทางโรงเรียนพยามยามชี้แจงกับผู้ปกครองกับทางสื่อมวลชนว่าพยายามติดต่อตนหลายครั้งนี้ไม่เป็นความจริง มีหลักฐานในโทรศัพท์ชัดเจนเป็นการโทรมาเพียงครั้งเดียวหลังเที่ยง ซึ่งเลยกำหนดระยะเวลาที่นัดหมายกันแล้ว ตอนนี้คงว่ากันในเรื่องของทางกฎหมายคงไม่มีการไกล่เกลี่ยกันแล้ว และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/AmS7iXgzoBo

ข่าวยอดนิยม