ในประเทศ

เก๋งคู่กรณีบิ๊กไบค์หลุดโค้งเขาค้อ โอดค่าซ่อม 3 แสน คู่กรณีจะจ่ายแค่ 3 หมื่น ที่เหลือให้ไปฟ้องเอา

16 ก.ย. 2563

71.2K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

จากกรณีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซิ่งหลุดโค้ง ชนเข้ากับรถเก๋งที่วิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้นายธวัชชัย บุตรวงษ์ อายุ 21 ปี ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์เสียชีวิต เหตุเกิดบนบริเวณโค้งภูตาลี่ เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

 

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Abadi'Zay De'Hay โพสต์ข้อความว่า ตนเองเป็นเพื่อนของรถเก๋งฮอนด้าสีขาวคู่กรณีของบิ๊กไบค์คันเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยขับรถเก๋งสีดำอยู่ข้างหน้ารถเก๋งของเพื่อน

 

"จากเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ มันคือการไปพักผ่อน ในช่วงวันหยุด​ มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่แล้ว​ ทุกอย่างก็เกิดขึ้น​ ซึ่งถึงแม้​จะไม่ได้เกิดขึ้นกับเราโดยตรง​ แต่ทุกภาพ ทุกเหตุการณ์​ ทุกเสียง​ ทุกๆอย่าง​ คือภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า​ ความสูญเสีย​ ความเสียหายที่เกิดขึ้น​มันเกิดขึ้น​ โดยความประมาท​ ซึ่งเดิมพันด้วยชีวิตและทรัพย์สิน​ของคนอื่นบนท้องถนน

 

แต่ความสูญเสียและเสียหายที่เกิดขึ้น จะซ้ำเติมหนักขึ้น​ กัยฝ่ายที่ไม่ได้ร่วม กระทำความผิดใดๆ คือ​ ความรับผิดชอบ ที่ไร้ซึ่งจิตสำนึกรับผิดชอบที่สมเหตุสมผล​ อยากให้เหตุการณ์​นี่เป็นอุทาหรณ์ สำหรับทุกคนที่ใช้ถนนร่วมกัน และต้องมีชีวิตกลับไปหาคนที่เรารัก​ และรักเรา อยากสอบถามเพื่อนๆหรือบุคคล ที่พอจะมีความรู้​ หรือแนวทาง​ เสนอแนะเราจะมีวิธีเรียกร้อง​ หรือ​ ข้อบังคับทางคดี ทางใดบ้าง​ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น"

 

นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังได้ระบุอีกว่า "ประกันตีความเสียหาย 300,000 บอกช่วยได้ 30,000 ถ้างั้นฟ้องเอา" จนมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

 

น.ส.ต้น เจ้าของรถเก๋งฮอนด้าสีขาว เผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.หล่มสัก ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายคู่กรณีได้ส่งตัวแทนเข้ามาพูดคุยกับตน ว่า รถบิ๊กไบค์ไม่ได้ทำประกันภัยรถ แต่ได้เงิน พ.ร.บ. ประมาณ 150,000 บาท จ่ายค่าทำศพไปแสนกว่าบาท จึงสามารถช่วยเหลือตนได้เพียง 2-3 หมื่นบาทเท่านั้น  ถ้าเราไม่พอใจให้ไปฟ้องเอา ตนก็ตอบไปว่า "มันไม่น้อยไปหรอคะ สามารถเพิ่มให้เราได้มั้ย" เพราะเพื่อนประเมินความเสียหายของรถให้คร่าวๆประมาณ 250,000 บาท

 

แต่เขาก็ยังยืนยันว่าสามารถช่วยได้แค่นั้น เพราะรถบิ๊กไบค์ของเขาก็ยังผ่อนไม่หมด ตนจึงบอกว่า ถ้าจะให้แค่นั้น ตนก็คงต้องฟ้อง เพราะตนไม่สามารถหาเงินมาซ่อมได้ และไม่มีหนทางอื่นแล้ว ตนรู้สึกตกใจมาก ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองตอนเขาพูด เขาน่าจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ คิดในใจว่าเราทำถูกทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้

 

ซึ่งทางร้อยเวรก็ได้เรียกเขาเข้าไปคุย ทางเขาก็ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดเอง แต่เขาสามารถช่วยเหลือได้เพียงแค่นั้น ร้อยเวรจึงแนะนำให้ตนนำรถไปประเมินราคาอย่างละเอียดก่อน แล้วส่งเอกสารมาให้ร้อยเวรและคู่กรณีเพื่อเรียกเข้ามาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง ซึ่งทางอู่ประเมินราคาออกมาสูงถึง 380,000 บาท โดยตนได้ทำประกันรถยนต์ 2+ ได้ทุนคุ้มครองมา 100,000 บาท แต่ค่าซ่อมส่วนที่เหลือไม่รู้ว่าจะหาจากไหน และก็ไม่รู้จะทำอย่างไรหลังจากนี้ เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้เลย จึงขอคำแนะนำจากเพื่อนๆแล้วโลกโซเชียลดังกล่าว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOmbHIBPAgY

ข่าวยอดนิยม