อาชญากรรม

งามหน้า! ตร.ปส. บุกรวบพระสงฆ์ ขณะบิณฑบาตร เอี่ยวยานรก พร้อมทลายเครือข่าย "จูน บ่อดิน"

15 ก.ย. 2563

10K view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 พร้อมชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายพรเทพ ภู่เจริญวณิชย์ ขณะบวชเป็นพระ พร้อมทลายเครือข่าย "จูน บ่อดิน" บิณฑบาตรอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี
 
วันที่ 14 ก.ย. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 พร้อมชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายพรเทพ ภู่เจริญวณิชย์ ขณะบวชเป็นพระบิณฑบาตรอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับ พร้อมสอบถามเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นจึงนำตัวไปสึกจากการเป็นพระสงฆ์ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดี
 
นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อจับกุมนายอัจฉริยะ ชื่นชม โดยพบว่านายอัจฉริยะ อยู่ภายในบ้าน ตำรวจจึงได้อ่านหมายจับให้ฟัง สำหรับนายพรเทพ และนายอัจฉริยะ นับเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของเครือข่ายยาเสพติดนายจิตพันธ์ มีเมือง หรือ จูน บ่อดิน ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยทำหน้าที่หาลูกค้ายาเสพติด และดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดให้กับ “จูน บ่อดิน”
 
โดยนายพรเทพ ยอมรับว่า รู้จักกับนายจิตพันธ์ มานานหลายปีแล้ว เนื่องจากตนเองเป็นช่างสักลวดลายบนร่างกาย ซึ่งนายจิตพันธ์ ก็มักจะชอบมาสักกับตนเองเรื่อยๆ โดยปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฎิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่านายพรเทพ และนายอัจฉริยะ มีการติดต่อกับนายจิตพันธ์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งข้อความการสนทนาซื้อขายยาเสพติด ภาพถ่าย หมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินค่ายาเสพติด และหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้าจำนวนมาก เพื่อติดต่อนำยาเสพติดไปปล่อยกระจายในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี และลพบุรี ทั้งยังเป็นผู้ดูแลเรื่องการโอนเงินค่ายาเสพติดของคนอื่นๆ ให้กับนายจิตพันธ์ด้วย
 
ต่อมาตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 พร้อมด้วยชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ไล่จับตัวนายอานนท์ กิรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กลางไร่ข้าวโพด บริเวณด้านหลังบ้านพัก หลังจากที่นำกำลังเข้ามาตรวจค้นแล้วไม่พบตัวผู้ต้องหา ตำรวจจึงใช้โดรนบินสำรวจโดยรอบบริเวณบ้าน และพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาบริเวณด้านหลังบ้าน ที่กำลังวิ่งหนีเข้าไปในไร่ข้าวโพด
 
ตำรวจมีข้อมูลว่า นายอานนท์ เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนายจิตพันธ์ มีเมือง หรือ จูน บ่อดิน ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ที่ถูกจับไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ารู้จักกับนายจูน บ่อดิน แต่ไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามที่นายจูนถูกจับ แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด แต่ตำรวจพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยขณะที่ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีการจับกุม โดยได้โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งเข้าไปในไร่ข้าวโพด ตำรวจจึงช่วยกันค้นหาเกือบ 1 ชั่วโมง และก็เจอโทรศัพท์มือถือสีดำ ปิดเครื่องตกอยู่บนดิน จึงเก็บมาเป็นหลักฐานและสืบสวนหาผู้เชื่อมโยงต่อ
 
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ตำรวจยังสามารถจับ นายแก้ว แซ่ซุ่ง ผู้ต้องหาอีก 1 คนของเครือข่ายนี้  โดยจับได้ขณะขับรถกลับที่พักย่านลาดพร้าว  ซึ่งนายแก้วถือเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญของเครือข่าย จูน บ่อดิน ทำหน้าที่ติดต่อกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากนายแก้วรู้จักกับนายทุนเป็นการส่วนตัว ทำให้สามารถนำยาเข้ามาได้ครั้งละเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มของจูน บ่อดิน สามารถขยายเครือข่ายได้หลายพื้นที่
 
สำหรับนายจิตพันธ์ หรือ “จูน บ่อดิน” นับเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ที่สามารถรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ได้ครั้งละจำนวนมาก ก่อนนำยาเสพติดมาเก็บไว้ในโกดัง จังหวัดสิงห์บุรี จากนั้นจะให้เครือข่ายหาลูกค้าเพื่อกระจายยาเสพติดต่อ โดยทำมาตั้งแต่ปี2553 จนถูกออกหมายจับเมื่อปี 2561 ก่อนจะถูกจับกุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563
 
เครือข่าย “จูน บ่อดิน” นับเป็นเครือข่ายใหญ่ มีการแบ่งกลุ่มกันทำงานอย่างชัดเจน สามารถแบ่งได้ 6 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สั่งการ //กลุ่มผู้จัดเก็บยาเสพติด //กลุ่มกระจายยาเสพติด //กลุ่มหาลูกค้าและทำธุรกรรมทางการเงิน //กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มบัญชีธนาคาร ซึ่งต้นทางยาเสพติดจะรับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มาทางภาคอีสาน ก่อนจะนำทาพักไว้บ้านจูนบ่อดิน และกระจายต่อ
 
ทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด จากการสืบสวน “จูน บ่อดิน” ใช้วิธีอำพรางทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดด้วยการให้คนที่ไว้ใจเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยพบเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่าพันล้านบาท
 
โดยปฏิบัติการ “ปิดฉากจูนบ่อดิน”ในครั้งนี้ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นทั้งหมด34 จุด ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี/ชัยนาท /ลพบุรี /สุพรรณบุรี /พิษณุโลก / เพชรบูรณ์ /เชียงใหม่ /สมุทรปราการ เเละกรุงเทพมหานคร ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท
 
 
ชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KrzgOGGmXA0

ข่าวยอดนิยม