อาชญากรรม

'บรรยิน' กลับคำกลางศาล รับสารภาพอุ้มฆ่าเผาพี่ชายผู้พิพากษาจริง อ้างกดดัน ถูกตัดสินลำเอียง

15 ก.ย. 2563

562 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

ความคืบหน้าคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมพวก ร่วมกันอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา อดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างการสืบพยาน ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธมาตลอด ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุจำเลยที่ 2-6 ให้การรับสารภาพ

 

วันที่ 14 ก.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดสืบพยาน ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ จำเลยที่ 1, นายมานัส ทับทิม จำเลยที่ 2, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ จำเลยที่ 3, นายชาติชาย เมณฑ์กูล จำเลยที่ 4, นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข จำเลยที่ 5 และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ จำเลยที่ 6

 

ในความผิด 9 ข้อหา โดยอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2563 จำเลยที่ 2-6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 

 

ล่าสุด จำเลยที่ 1 นายบรรยิน ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เป็นให้การรับสารภาพ ตามคำให้การฉบับลงวันที่ 19 ส.ค.2563 ว่า จำเลยที่ 1 ได้ก่อเหตุในคดีนี้จริง โดยร่วมกับจำเลยที่ 3 จัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น น้ำมัน ยางรถยนต์ สังกะสี อิฐบล็อก เพื่อไปใช้เผาทำลายศพ นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ โดยนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปไว้ยังจุดเกิดเหตุที่เผาศพนายวีรชัย ที่บริเวณเขาใบไม้ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

 

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2563 การเตรียมการดังกล่าวต้องการจับตัวนายวีรชัย มาเพื่อบังคับ ขู่เข็ญ และต่อรองคดีกับ นางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ โจทก์ร่วมในคดีนี้ ซึ่งเป็นผู้พิพากษา ที่พิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ อ.305/2561 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ จำเลยที่ 1

 

มีเจตนาจะนำตัวนายวีรชัย ไปกักขังไว้ที่บ้านพักที่ใช้สำหรับหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอตาคลี และหากหลังจากจับตัวนายวีรชัย มาขังไว้แล้ว การต่อรองและบังคับขู่เข็ญกับนางสาวพนิดา ไม่สำเร็จผล โดยนางสาวพนิดา ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง จำเลยที่ 1 อาจต้องฆ่านายวีรชัย และเผาทำลายศพ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2563 

 

จำเลยที่ 1 กับพวก ได้จับกุมตัวนายวีรชัย ขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ คันเกิดเหตุ เพื่อนำตัวไปกักขังและต่อรองกับนางสาวพนิดา โดยจะนำตัวนายวีรชัย ไปบ้านพักที่อำเภอตาคลี ระหว่างเดินทางนายวีรชัย ดิ้นรนขัดขืนการควบคุมตัวขณะนั่งอยู่ที่เบาะหลัง กับจำเลยที่ 4 และ 5 จำเลยที่ 3 ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าด้านซ้าย ได้หันไปชกต่อยนายวีรชัย เพื่อให้หยุดการดิ้นรนขัดขืน เป็นเหตุให้นายวีรชัย ถึงแก่ความตาย ทั้งที่การต่อรองกับนางสาวพนิดา ยังไม่บรรลุผลตามข้อเรียกร้อง

 

จำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 ติดตามตัวนายวีรชัย และนางสาวพนิดา ในช่วงวันที่ 7, 8, 12, 13, 14, 15, 16, 17 และ 20 มกราคม 2563 จริง และรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 คุมตัวนายวีรชัย จากหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้

 

โดยจำเลยที่ 1 แต่งกายชุดตำรวจและเป็นผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์คันเกิดเหตุจริง โดยมีจำเลยที่ 3 นั่งเบาะหน้าด้านซ้ายข้างคนขับ ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 นั่งเบาะหลังรถคันดังกล่าว เพื่อควบคุมตัวนายวีรชัย ระหว่างควบคุมตัวนายวีรชัย อยู่บนรถ

 

และขณะกำลังขับรถมีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้ามายังโทรศัพท์ของนายวีรชัยรวม 3 ครั้ง ซึ่งทางนางสาวพนิดา ยอมที่จะทำการตามที่พูดในคลิปเสียง แต่ขอคุยกับพี่ชายก่อน นายวีรชัย พูดคุยกับบุคคลที่โทรศัพท์เข้ามา แต่ปรากฏว่านายวีรชัย ไม่สามารถพูดสายได้ เข้าใจว่านายวีรชัย ได้เสียชีวิตไปแล้ว จำเลยที่ 3 ได้ปิดโทรศัพท์ของนายวีรชัย และไม่ได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับใครอีกเลย

 

จำเลยที่ 1 ขอให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 นำศพนายวีรชัย ไปทำการเผาเพื่อทำลายที่บริเวณเขาใบไม้ อำเภอตาคลี ตามที่โจทก์ฟ้องจริง และขอให้การรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 ขับรถนำเถ้ากระดูก สังกะสี เศษยางรถยนต์ อิฐบล็อก ไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ คือ ริมถนนข้างทางใกล้หมู่บ้านนิคมเขาบ่อแก้ว บริเวณใกล้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ของหมู่บ้านกลางแดด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จริง

 

ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นผู้นำโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ของนายวีรชัย และแผ่นป้ายทะเบียนรถไปทิ้งที่แม่น้ำปิงผู้เดียว

 

พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 อ้างว่าไม่มีเจตนาจะก่อเหตุดังกล่าวเพื่อกระทบกระทั่งต่อองค์กรศาล หรือก้าวล่วง หรือดูหมิ่นเหยียดหยามองค์กรศาล แต่เป็นเรื่องเฉพาะตัว เห็นว่านางสาวพนิดา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในคดีอาญาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ทำหน้าที่อย่างลำเอียง ขาดความเที่ยงธรรม และมีอคติกับจำเลยที่ 1 ในระหว่างการพิจารณาคดีดังกล่าวโดยตลอด ทำให้เกิดความกดดันและขาดสติยั้งคิด จึงได้กระทำความผิดในคดีนี้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hIofWHCrjl8

ข่าวยอดนิยม