ผบ.ทสส.วิงวอนทุกฝ่ายสมัครใจต้านโควิด-19 อย่าถึงขั้นต้องบังคับ

26 มี.ค. 2563

11.9k Views

ในประเทศ

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 15.45 - 16.45 น.

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด วิงวอน ส่วนราชการ-ผู้ประกอบการ ลดภาระงานลูกจ้างตลอดสัปดาห์หน้า ร่วมต้านโควิด-19 ด้วยความสมัครใจไม่อยากถึงขั้นต้องบังคับ วันนี้ขอมองไปข้างหน้า ตอบปมสนามมวยแพร่ไวรัสเป็นเรื่องอดีต
 
พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ย้ำว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หัวใจสำคัญ คือการลดจำนวนกลุ่มเสี่ยง และ ผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ที่ใช้กลไกปกติ เพราะไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เศรษฐกิจเสียหาย แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อบ่งชี้ว่าจะแนวโน้มสูงขึ้น จากความหละหลวม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องยกระดับการควบคุม 
 
ยืนยันว่ามาตรการ ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นมาตรการจากเบาไปหาหนัก ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กลไกทหารทั้งหมด โดยเบื้องต้นขณะนี้มีด่านจุดตรวจ ที่ทำงานเพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาด 359 แห่งทั่วประเทศ จำนวนี้มี 7 แห่งอยู่ในกทม. ซึ่งในอนาคตอาจมีการตรวจเข้มอย่างละเอียด ถึงสินค้าควบคุมการกักตุน ที่อาจมีการขนส่งข้ามจังหวัดตามที่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศเพิ่มเติม
 
ตนขอวิงวอน ขอความร่วมมือ และ ขอร้อง ผู้บังคับบัญชาการ ส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ปรับพฤติกรรมครั้งใหญ่ แทนการถูกบังคับ นำวิธีบริหารงานสมัยใหม่ เช่น การมอบหมายงานกลับไปทำที่บ้าน ลดภาระงาน นำเครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาใช้แทนกำลังคนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะไม่คุ้มหากคนใดคนหนึ่งในองค์กรติดเชื้อแล้วต้องมานั่งปิดกิจการ
 
เช่น “วันนี้วันพฤหัสฯ คิด พรุ่งนี้วันศุกร์กลับไปสั่งการ และ เสาร์-อาทิตย์ร่วมมือร่วมใจกันอยู่บ้าน และทดลองทำงานอย่างที่ว่าตลอดสัปดาห์หน้าทั้ง 5 วัน ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อมูลสาธารณสุข ว่าหากเราเข้มงวดมาตรการด้วยตนเอง จะทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อประมาณ 2 พันคน แต่หากไม่ทำอะไรเลย ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพุ่งสูงไปถึง 7 พันถึงหมื่นคน”
 
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังฝากไปยังกิจการอุปโภคบริโภค ว่านี่คือ นาทีที่ท่านจะคืนกำไรให้กับคนไทย ดังนั้นห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
 
ส่วนกรณีที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการจัดชกมวยภายในสนามมวยลุมพินีของกองทัพบก แม้การกีฬาแห่งประเทศ มีหนังสือแจ้งเตือนนั้น ผู้ลัญชาการทหารสูงสุด รับว่าทุกอย่างมีอดีต วันนี้ตนมาเพื่อวันข้างหน้า และในอดีตไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว ที่เกิดจากความบกพร่อง ไม่รัดกุม ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปตรวจสอบ และมีมาตรการดำเนินการ ตนไม่ขอพูดเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
 
ส่วนเมื่อถามว่า หากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือจะกลับมาทบทวนมาตรการหรือไม่ ผู้บัญชาการสูงสุด ย้ำว่า เป็นเรื่องสำคัญของชาติ หากเราไม่ละการนินทาว่าร้าย ทุกเดินคงเดินไปไม่ได้ อย่ามองในแง่ร้ายตั้งคำถามบั่นทอนจิตใจ และหันมาช่วยกันกระตุ้นคนไทย ถ้าไม่ปิดโดยใช้มาตรการบังคับ แต่พร้อมใจกันปิดด้วยตัวเอง จะเกิดผลดีและอาจทำให้ไทยเป็นตัวอย่างโลกในการแก้ปัญหาโควิด-19
 
 
 
สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d8CrPEEgaiI
 

ข่าวยอดนิยม