'บิ๊กแดง' สั่งทหารห้ามกลับบ้านพักเกิน 3 ทุ่ม เตรียมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ หนุน ศอฉ.โควิด

26 มี.ค. 2563

3,414 Views

การเมือง

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค.2563 โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภท สนับสนุนรัฐบาล และศอฉ.ของรัฐบาล

 

ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมพิทักษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัดกองทัพบกทุกนาย ดังนี้

 

1.กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการ ให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคล

 

ส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตามและเฝ้าระวัง ให้แจ้งที่อยู่บ้านพักและช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้นการฝึกนอกที่ตั้งให้ปฏิบัติตามตารางการฝึกและคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด

 

2.การเดินทางออกนอกพื้นที่กทม. หรือจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ

 

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ถึงวันที่ 22 เม.ย.2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน ให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง และผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติอย่างรวดเร็ว

 

3.ให้ผู้บังคับหน่วยหน่วยปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิมใต้ถุนกองร้อย สโมสรของหน่วย เพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก

 

4.ตามที่กองทัพบกได้สั่งการไปแล้ว โดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำ ขอให้หน่วยรักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2เมตร มีอุปกรณ์ ภาชนะ กระติกน้ำดื่มส่วนตัว การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหาร การออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด

 

5.งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดให้มีการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนน้อง ๆ พลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้ว เมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที

 

6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า-ออกของหน่วย ส่วนกองร้อยกองรักษาการณ์ทุกหน่วยให้แปรสภาพเป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองเฝ้าระวังบุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตามจุดเข้า-ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย และบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด

 

7.ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพันจะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และอยู่กับหน่วย ยกเว้นหน่วยในสนาม โดยมีผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล หรือเทียบเท่าเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติหรือได้รับการรายงานถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที

 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะน้อง ๆ พลทหาร ซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 23 เม.ย. 2563

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ithN6RUWZfQ

ข่าวยอดนิยม